กลุ่มอสังหา Aspen เตรียมดันปีนังเป็นเมืองอัจฉริยะ

บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซียลงทุน 10,000 ล้านริงกิต (ประมาณ 79,258 ล้านบาท) สร้าง “ปีนัง” เป็นสมาร์ทซิตี้ พร้อมเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับแพลตฟอร์มคลาวด์เพื่อตอบโจทย์นักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสตาร์ทอัปและชุมชนเมืองในคราวเดียว

An_impression_of_Aspen_Vis_JQJj3eM

โดยโปรเจ็ค Aspen Vision City นี้ได้ชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ที่ครอบคลุมที่สุดของมาเลเซีย ซึ่งเกิดขึ้นโดยมีผู้นำอย่างบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ Aspen Group (ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ AG Innovation) ร่วมกับ IBM ภายใต้การเห็นชอบของผู้ว่าการรัฐปีนัง Lim Guan Eng

โดยทาง Aspen Group นั้นได้ยืนยันว่างบประมาณในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเป็นสมาร์ทซิตี้นั้นอยู่ที่ 100 ล้านริงกิต หรือประมาณ 792 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจับมือกับทาง IBM และเมื่อโครงสร้างเหล่านี้แล้วเสร็จ จะสามารถรองรับการให้บริการด้านคลาวด์แก่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มสตาร์ทอัป และชาวเมืองปีนัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัยได้เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิตอล

“คลาวด์คอมพิวติ้งมีศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้สูงมาก ซึ่งเราคาดการณ์ว่าจะมีโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นตามมาอีกมาก และเชื่อว่าการลงทุนครั้งนี้จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในตลาดนวัตกรรมจากกลุ่ม Techno-preneurs ตามมาเป็นจำนวนมากด้วย” มร. M. Murly จาก Aspen Group กล่าว

โดยการร่วมมือกันนี้จะรวมถึงการซื้อและสมัครใช้บริการของ IBM Blue Box, Bluemix Application Development ตลอดจนการให้บริการด้านเทคนิคและการให้คำปรึกษาจากกลุ่ม Aspen Group เพื่อสร้างโซลูชันการให้บริการระดับโลก ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปต่อยอดสร้างบริการต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนั้น เมืองอัจฉริยะอย่าง Aspen Vision City ยังมีการจับมือกับ Ikano ที่จะสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และร้านอิเกีย ขึ้นทางตอนเหนือของมาเลเซีย รวมถึงยังมีโรงพยาบาล Columbia Asia โรงแรมสำหรับนักธุรกิจต่างชาติ สวนสาธารณะขนาด 25 เอเคอร์ โรงเรียนนานาชาติ ร้านค้าปลีก ที่พักอาศัยสำหรับชาวเมือง และระบบขนส่งสาธารณะอยู่รวมกันในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ส่วนในด้านระบบโทรคมนาคมนั้น ทาง Aspen Group ก็ได้มีการลงนามกับ Telekom Malaysia เพื่อนำระบบโทรคมนาคมความเร็วสูงเข้ามาให้บริการใน Aspen Vision City แล้วเช่นกัน

สำหรับเฟสแรกของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะบนงบประมาณ 10,000 ล้านริงกิตนั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2018 โดยในเฟสแรกจะประกอบไปด้วย ย่านการค้า Vervea, โรงพยาบาล Columbia Asia, ร้านอิเกีย และส่วนของสวนสาธารณะ Central Park ปอดสีเขียวใจกลางกรุง ซึ่ง มร. M.Murly เผยว่า Aspen Vision City เป็นพื้นที่แห่งแรกของมาเลเซียที่ยกระดับขึ้นเป็นเมืองอัจฉริยะโดยมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดให้ชาวเมืองอาศัยได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงสามารถสร้างแอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับชาวเมืองและนักธุรกิจที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ที่มา http://www.computerworld.com.my

Related posts:

องค์กรตระหนัก IoT สำคัญต่อธุรกิจ สามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้
ผลสำรวจกลุ่มมิลเลนเนียลทั่วเอเชีย ชี้ทิศทางสู่ก้าวต่อไปของไลฟ์สไตล์โลกดิจิทัลปี 2020
ThaiCERT ออกประกาศเตือนภัยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry กระจายผ่านช่องโหว่ของ วินโดวส์ รีบอัปเดตทันที
Waggit ปลอกคอ IoT เพื่อสุขภาพ "สุนัข"
แปดริ้ว 4.0 ก้าวสำคัญของ Chachoengsao Smart City
วัฒนธรรมองค์กรยุคดิจิทัล

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา