ตำรวจเข้าตรวจค้นร้านค้า 4 แห่ง จำหน่ายซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย และแพร่กระจายมัลแวร์

ร้านค้าในศูนย์การค้าย่านแฮปปี้แลนด์เป็นหนึ่งในหลายร้านที่ถูกจับข้อหาขายซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าได้เข้าตรวจค้นร้านค้าที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ 4 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์

ecd-raid2

ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นที่ร้านค้าซึ่งติดตั้งซอฟต์แวร์เถื่อนลงบนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่ลูกค้าเพิ่งซื้อ ซอฟต์แวร์ที่ขายกันในราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาทแต่มักมีมัลแวร์และบอทเน็ตแฝงมาด้วย ทำให้ผู้ใช้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ในโลกไซเบอร์ นี่เป็นวิธีที่ร้านค้าที่ใช้ในการสร้างรายได้มูลค่าหลายล้านบาท

ร้านค้าสองแห่งที่ถูกตรวจค้นตั้งอยู่ในศูนย์การค้าย่านถนนศรีนครินทร์ ส่วนอีกร้านหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ย่านแฮปปี้แลนด์ และร้านที่สี่ อยู่ในศูนย์การค้าย่านราชปรารภ พนักงานของร้านถูกตั้งข้อกล่าวหาติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ลงบนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ทำให้ตัวเครื่องอาจเผชิญกับมัลแวร์ตลอดจนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอื่นๆ

การเข้าตรวจค้นร้านค้าในศูนย์การค้าย่านถนนศรีนครินทร์ ตำรวจพบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์หลายรายการ ประกอบด้วย ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ 7 อัลติเมท (Microsoft Windows 7 Ultimate) และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โปรเฟสชั่นแนล พลัส 2010 (Microsoft Office Professional Plus 2010) พนักงานของร้านถูกตั้งข้อหาจำหน่ายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในวงกว้าง

ecd-raid1

และในการเข้าตรวจค้นในร้านค้าอื่นๆต่อมา ตำรวจพบว่าร้านค้าใช้วิธีเดียวกัน คือเสนอซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ พนักงานได้นำเสนอซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์หลายรายการ ทั้งๆ ที่ซอฟต์แวร์บางตัวมีราคาจำหน่ายเพียงแค่ไม่กี่ร้อยบาท

พนักงานและเจ้าของร้านเหล่านี้ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย และอาจถูกจำคุกระหว่าง 6เดือนถึง 4 ปี พร้อมทั้งถูกปรับเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 100,000 ถึง 800,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าจะมุ่งปราบปรามทั้งร้านค้าปลีกที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์และผู้ขายในรูปแบบออนไลน์ที่กำลังเพิ่มปริมาณมากขึ้น

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียกร้องให้ทุกคนร่วมมือกันลดการละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยด้วยการรณรงค์ “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่ขาย” และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้สนองรับนโยบายโดยริเริ่มกิจกรรมต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ

แม้อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทศวรรษที่ผ่านมา แต่ยังคงมีความกังวลเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างซอฟต์แวร์เถื่อนกับมัลแวร์และอาชญากรรมไซเบอร์  อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศไทยลดลงจากร้อยละ 80 ในปี 2549 มาอยู่ที่ร้อยละ 60 ในปัจจุบัน

“ร้านที่ขายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ทำให้ลูกค้าต้องเสี่ยงกับอาชญากรรมไซเบอร์” พ.ต.อ.วินัย วงษ์บุบผา รอง ผบก.ปอศ. กล่าว “เราพบว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย มัลแวร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ เราจึงพยายามกำจัดการจำหน่ายซอฟต์แวร์เถื่อนตั้งแต่ที่ต้นตอ เราหวังว่าการเข้าตรวจค้นเหล่านี้จะกระตุ้นให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อตื่นตัวถึงความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ”

pol-col-winai-wongbuppa

ปัจจุบันประเทศไทยเสี่ยงกับการถูกโจมตีด้านโซเบอร์เป็นลำดับที่สองในกลุ่มอาเซียน ในปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์มากถึง 4,300 ครั้ง โดยร้อยละ 35 เป็นการปฏิบัติการของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประสงค์ร้าย (malicious software)  ร้อยละ 26 เกิดจากการหลอกลวงให้โอนเงินหรือชำระเงินที่สร้างความเสียหาย  และร้อยละ 23 เป็นเรื่องเจาะเข้าสู่เครือข่ายโดยไม่ได้รับสัญญาอนุญาต นอกจากนี้ ยังพบว่าคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 3 ล้านเครื่องจากทั้งหมด 8 ล้านเครื่องมีมัลแวร์บอทเน็ตแฝงอยู่ซึ่งทำให้ยากในการติดตามตัวผู้จู่โจม

Related posts:

กู๊ดเยียร์ เปิดตัว Goodyear Mobile App
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เยี่ยมชมศูนย์ปฎิบัติการสถานีดาวเทียมนนทบุรี CAT เตรียมผลิตสื่อด้านโภ...
กลุ่มทรู ส่งรถขยายสัญญาณ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน คันแรกของไทย อำนวยความสะด...
LINK จัดงานสัมมนา LINK NEXT GENERATION OPEN CABLING 4.0
ฟอร์ติเน็ต ย้ำหากจะทำ Digital Transformation อย่าลืมเรื่อง Digital Security
เอ็กซพีเรียนเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพ พร้อมรับการขยายตัวต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา