พบเด็ก Gen Z ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่อินกับสื่อ TV-วิทยุ-สิ่งพิมพ์แล้ว

พบเด็ก Gen Z  ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอัตลักษณ์ของตัวเองในด้านการเสพสื่อโฆษณาที่แตกต่างออกไปจากคนเจนเนอเรชั่นอื่น โดยตั้งความหวังกับการได้บริโภคสื่อดีสูงกว่าคนรุ่นก่อนหน้าอย่าง Gen Y (20 – 34 ปี) และ Gen X (35 – 49 ปี)

thinkstockphotos-485561861-100606523-large

ตัวเลขการสำรวจดังกล่าวเปิดเผยโดยบริษัท Kantar Millward Brown ซึ่งเป็นการสำรวจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเด็ก Gen Z (ที่มีอายุระหว่าง 16 – 19 ปี) ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่จะมีความสำคัญมากขึ้นต่อการทำการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ ในอนาคต โดยงานวิจัยเรื่อง “AdReaction: Engaging Gen X, Y and Z Study” นั้น ได้ทำการสำรวจผู้บริโภคประมาณ 39,000 คนใน 23 ประเทศ เพื่อสร้างรูปแบบการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายหลักอย่าง Gen Z เปรียบเทียบกับกลุ่ม Gen Y และ Gen X ให้เห็นภาพชัดขึ้น

ทั้งนี้ การสำรวจพบว่า เด็ก Gen Z ประมาณ 74 เปอร์เซ็นต์มีการใช้งานอุปกรณ์โมบายล์เกินกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่คน Gen Y ใช้งานเกินกว่า 1 ชั่วโมงต่อวันมากถึง 83 เปอร์เซ็นต์ และคน Gen X มีถึง 77 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังพบว่า เด็ก Gen Z ยังดูทีวี ฟังวิทยุ และอ่านสื่อสิ่งพิมพ์น้อยลงเมื่อเทียบกับคน Gen Y และ Gen X (52, 66 และ 77 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ)

Kamal Oberoi ผู้อำนวยการอาวุโลกฝ่ายมีเดียและดิจิตอลโซลูชันจาก Kantar Millward Brown เผยว่า ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า เด็ก Gen Z อาจไม่ใช่กลุ่มที่บริโภคสื่อโฆษณาแบบที่มีอยู่ในปัจจุบันเหมือนเช่นคน Gen Y และคน Gen X และก็ไม่ชอบนักหากแบรนด์ต่าง ๆ แสดงความพยายามที่จะดึงให้เด็ก Gen Z ลงไปเสพสื่อเหล่านั้นด้วย

“โอกาสเดียวของนักการตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะสามารถสร้างโฆษณาเพื่อดึงดูดใจเด็ก Gen Z ได้ก็คือ ต้องสร้างความรู้สึกได้จริง และเป็นโฆษณาที่มีความจริงใจ ซึ่งนั่นอาจทำให้เด็ก Gen Z เลือกที่จะรับฟังมากขึ้น” Kamal Oberoi ผู้อำนวยการอาวุโลฝ่าย Media & Digital Solutions ของ Kantar Millward Brown กล่าว

นอกจากนั้น นักการตลาดอาจต้องทราบด้วยว่า เด็ก Gen Z ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ต้องการให้แบรนด์ต่าง ๆ ให้เกียรติบนพื้นที่ออนไลน์ของตนเองด้วย และจะไม่อดทนกับพฤติกรรมที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว แถมยังพบว่าเด็ก Gen Z ในอินโดนีเซียและเวียดนามจะไม่ชอบ Pop-up มากกว่า Gen Z ในฟิลิปปินส์ หรือประเทศไทยด้วย

ส่วนโฆษณาที่มีความยาวเกิน 10 วินาทีนั้น อาจเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ใน Gen X หรือ Gen Y แต่จะไม่ใช่กับเด็ก Gen Z อีกเช่นกัน

ตัวเลขทั้งหมดนี้อาจทำให้แบรนด์ต่าง ๆ หน้ามืดกันไปบ้าง แต่ที่หนักที่สุดอาจเป็นเรื่องที่เด็ก Gen Z ประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์มีการใช้งานซอฟต์แวร์ Ad Blocking บนคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป และอีก 18 เปอร์เซ็นต์ติดตั้งลงบนสมาร์ทโฟนแล้วก็เป็นได้

วงการโฆษณาปรับตัวด่วน ๆ

ที่มา http://www.computerworld.ph

Related posts:

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา