ศาสนาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ตอนที่ 2 ?

โดย พงษ์ ผาวิจิตร (ตีพิมพ์ในนิตยสาร Eworld ฉบับเดือน สิงหาคม 2012)

ตอนที่แล้ว.. ผู้เขียนได้เกริ่นไว้ว่าเจ้าสมาร์ทโฟนคือศาสนาใหม่ของโลกที่จะมีสาวกเกือบ “หมื่นล้านคน” ทั้งๆ ที่บนโลกใบนี้มีคนเพียง 7 พันล้านคน นั่นหมายความว่า จะมีคนกลุ่มใหญ่ๆ มีเจ้าสมาร์ทโฟนมากกว่าหนึ่งเครื่อง และได้กล่าวถึงผลดี ผลเสียของเจ้าสิ่งนี้ในสังคมยุคใหม่ของเรา..

ในตอนนี้..จะขยายความถึงระบบนิเวศน์ของมัน เพราะลำพังเพียงเจ้าเครื่องมือขนาดเท่ากำมือ คงไม่มีอิทธิพลมากกว่าเครื่องลางของขลังอื่นๆ ที่อุบัติมาบนโลกใบนี้ก่อน

อะไรเป็นปัจจัยหลักหรือ?  องค์ประกอบแวดล้อมที่มีส่วนทำให้เจ้าสมาร์ทโฟนกลายเป็นพระเอกเร็วขึ้นมีหลายองค์ด้วยกัน อาทิ..

  1. การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่ออาทิตย์ คือปัจจัยหลัก ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครก้าวข้ามพรมแดนนี้ได้ จนเมื่อแอปเปิ้ลหาญกล้าออกแบบเครื่องให้ทำงานในลักษณะนี้ ตอนแรกๆ ที่วางตลาดก็ถูกคนเหน็บเอาเหมือนกันว่า ใครกันจะผูกติดกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา และถูกค่อนขอดเอาว่าทำให้กระเป๋ารั่ว เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่มีใครพูดถึงแล้ว แอปเปิ้ลไม่ได้เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี แต่เป็นผู้นำในด้านวิถีชีวิตที่เอาเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งนอกจากศาสนาที่เปลี่ยวิถีชีวิตคนแล้ว ก็มีแอปเปิ้ลนี่แหละที่เปลี่ยนวิถีชีวิตคน
  2. เมื่อมีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกับมือถือได้ตลอดเวลา สิ่งที่ตามมา คือ.. AppStore ที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมดั่งจรวดท่อนที่สองด้วยการทำให้ซอฟต์แวร์มีราคาถูกลงจากระดับล้านมาเป็นระดับไม่กี่บาทเทียบเท่ากับอาหารหนึ่งมื้อเท่ากัน และก็มีขนาดเล็กลงใช้เฉพาะที่เราต้องการใช้ เมื่อต้นทุนซื้อมาเป็นเจ้าของต่ำลง ก็ทำให้ต้นทุนในการขโมยแพงกว่าการซื้อมาใช้เสียอีก ขนาดตลาดก็ขยายออกไปเน้นจำนวนมากๆ  ซื้อใช้ได้แม้แต่กำลังนั่งทำกิจจำเป็นในห้องน้ำ
  3. องค์ประกอบที่สามคือ iCloud แหล่งเก็บข้อมูลของเราในอวกาศ เป็นตัวเปลี่ยนเกมใหม่อีกชิ้น ที่ทำให้การเก็บข้อมูลบนเครื่อง local มีความจำเป็นน้อยลง แต่สามารถสร้างห้องเก็บได้ ทำให้เจ้าเครื่องเล็กๆ ไม่เทอะทะและการปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่ได้ง่ายขึ้น เป็นเสมือนหนึ่งจิตวิญญาณของเราสามารถย้ายไปสิงสู่ในร่างใหม่ได้ ทำให้ความเป็นตัวตนของเราในอากาศสามารถดาวน์โหลดได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องเดิม เรียกว่าเมื่อลืมเครื่องก็สามารถใช้เครื่องใหม่เข้าถึงข้อมูลของเราได้
  4. องค์ประกอบที่สี่ สังคมใหม่ของเราที่มีเครื่องสมาร์ทโฟนเป็นแม่สื่อ แม้แต่คนขี้อายไม่สามารถเข้าไปทักทายหาเพื่อนใหม่ก็สามารถกลายเป็นคนที่มีเพื่อนหลากหลายมากมายโดยไม่จำเป็นต้องเอาชนะความอายอีกต่อไป  หลายคนรู้จักเพื่อนข้างบ้านผ่านแม่สื่อคนนี้ทั้งๆ ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกันมานาน หลายคนสามารถหาเครือญาติ เพื่อนเก่าที่ไม่พบกันมานานได้ง่ายขึ้น
  5. องค์ประกอบที่ห้าคือ PC บรรพบุรุษของสมาร์ทโฟน ถึงแม้ว่า คนจำนวนมากใช้สมาร์ทโฟนโดยไม่ได้เคยผ่านการใช้ PC มาก่อน แต่สมาร์ทโฟนก็ทำให้คนหลายๆ คนเห็นความจำเป็นของเจ้า PC มากขึ้น ส่วนแฟนพันธุ์แท้ของ PC ที่กลัวว่าเจ้า PC จะตกกระป๋องเพราะความนิยมของสมาร์ทโฟน ก็คงหายกังวลไปได้ เพราะหนทางของ PC จะเดินคู่ขนานไปกับสมาร์ทโฟนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนรถยนต์ไม่ได้เข้ามาแทนที่การเดินทางด้วยเท้า แต่เข้ามาช่วยในการเดินทางระยะไกล เช่นกัน สมาร์ทโฟนจะเข้ามาช่วยพื้นฐานของ PC แต่งานหนักๆ ก็ยังต้องใช้เครื่อง PC อยู่ เช่น การตัดต่อภาพ การเก็บ จัดการข้อมูลจำนวนมาก การเล่นเกมโหดๆ เชื่อกันว่า อีกหน่อยของสองชิ้นนี้จะมีการซื้อขายคู่กันอย่างแยกไม่ออก เรียกว่า ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก จะต้องเป็น มีฉันมีเธอคู่กันตลอดไป

การสร้างระบบนิเวศน์ใหม่: นอกจากระบบนิเวศน์เดิมที่ทำให้เจ้าสมาร์ทโฟนกลายเป็นศาสนาที่คนคลั่งไคล้กันทั่วโลกแล้ว ระบบนิเวศน์ใหม่ที่รวมเข้ามากับเจ้าสมาร์ทโฟน เช่น ระบบนำทาง GPS ความสามารถในการถ่ายรูปแบบกล้องถ่ายรูป ระบบเลขาเตือน ระบบติดตามตัว หรือแม้แต่เป็นหนังสือพิมพ์ประจำวันที่ทำให้หนังสือพิมพ์พิมพ์กันเป็นฉบับ ๆ แทบหายไปจากโลก หลายคนใช้เจ้าสมาร์ทโฟนเป็นกระจกแต่งหน้าด้วยซ้ำ ไม่เชื่อลองสังเกตบนรถไฟฟ้าที่จะเห็นคนใช้เจ้าโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์ส่องหน้าตัวเองโดยไม่ต้องง้อกระจก และอีกหน่อย บทบาทของการเป็นบัตรเครดิตก็คงเกิดขึ้นแน่นอน  รวมถึงเป็นกุญแจเปิดปิดบ้าน กระดิ่งบ้าน (ผู้เขียนก็เป็นผู้หนึ่งที่เลิกซ่อมกระดิ่งประตูแล้ว เพราะใช้โทรศัพท์มือถือสะดวกกว่า อย่างน้อยๆ ก็ป้องกันเด็กซนๆ ที่ชอบมากดกระดิ่งประตูเล่น) หรือแม้แต่การใช้เป็นล่ามช่วยแปลภาษาในต่างแดน.. ครั้งหนึ่งผู้เขียนสามารถประหยัดค่าเดินทางจากแท็กซี่ประจำถิ่นที่เรียกราคาแพงเกินระยะทางด้วยการใช้เจ้าเครื่องมือมหัศจรรย์นี้เช็คระยะทางที่จะไป ปรากฏกว่า มันห่างจากจุดที่เรียกแท็กซี่เพียง 3 กม. ข้อมูลอันนี้มีค่าในการต่อรองค่าแท็กซี่ได้เป็นอย่างมาก

และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จะตามมาอีก..

Related posts:

Leave a Reply

ศาสนาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก?

โดย พงษ์ ผาวิจิตร (ตีพิมพ์ในนิตยสาร Eworld ฉบับเดือน กันยายน 2012)

ศาสนาอะไรที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีสาวกมากถึง 1 พันล้านคนในเวลาไม่กี่ปี และคาดว่าจะมีสมาชิกมากถึงหนึ่งหมื่นล้านในอีก 4 ปีข้างหน้า ไม่ผิดครับ คือจะมีมากกว่าจำนวนประชากรบนโลกที่มีอยู่ราวๆ เจ็ดพันล้านคน นั่นหมายความว่า มนุษย์หนึ่งคนในโลกจะเป็นสมาชิกของมันถึงสอง เป็นไปได้อย่างไรที่คนๆ หนึ่งจะนับถือศาสนามากกว่าหนึ่งพร้อมๆ กัน .. ครับ ศาสนาใหม่ที่ว่าคือ สมาร์ทโฟน ที่ครั้งหนึ่งมันเป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่วิวัฒนาการในวิถีชีวิตประจำวันของเรา ทำให้มันกลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องมือ มันได้กลายเป็นอวัยวะที่ 33 อายตนะที่ 7 เป็นเครื่องรางของขลังของคนยุคใหม่ที่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนไปเรียบร้อยแล้ว เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่หากออกจากบ้านแล้วไม่ได้พกพา จะทำให้เกิดความขุ่นเคืองมากกว่าลืมกระเป๋าเงินหรือลืมแขวนพระเครื่องเสียอีก

โจเซฟ แคมป์เบลล์ เจ้าพ่อทางเทววิทยาเคยพูดเปรียบเปรยไว้ว่า มนุษย์เราอยู่ได้ด้วยเรื่องเล่า แล้วกลายเป็นนิยายปรำปรา แล้วพัฒนามาเป็นปรัชญา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเจ้าสมาร์ทโฟนจะพัฒนากลับด้านจากเครื่องมือทางเทคโนโลยีแล้วย้อนกลับไปเป็นเรื่องเล่านิยายปรำปราที่มนุษย์เราขาดเสียไม่ได้

ในนัยหนึ่ง ดูเหมือนชีวิตของเราจะขึ้นกับเจ้าอุปกรณ์นี้มากเกินไปเสียแล้ว จนเสียความมั่นใจไปด้วยซ้ำ แต่ในอีกหนัยหนึ่ง หากเราใช้เจ้าเครื่องมือนี้เป็น ก็จะช่วยเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตได้อย่างมหาศาลที่แม้แต่คนพิการก็สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ เช่นคนพิการทางเสียง ก็สามารถสื่อสารกับเพื่อนผ่านทางตา คนทำงานคนเดียวในกะกลางคืนก็ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป เรียกว่าสามารถพึ่งพาได้มากกว่าเครื่องรางของขลัง หรือเพื่อนที่รู้ใจที่เป็นมนุษย์ด้วยกันด้วยซ้ำไป เจ้าเครื่องนี้ที่ทำให้โทรทัศน์ที่เคยเป็นเพื่อนแก้เหงาตกกระป๋อง เพราะสัดส่วนคนที่เสพติดโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นทุกวันจนครองแชมป์เกินโทรทัศน์ไปเรียบร้อยแล้ว ในการสำรวจครั้งล่าสุด ประชากรเกินครึ่งยอมรับว่า ใช้เครื่องโทรศัพท์ในการสร้างสังคม หาเพื่อน และยอมรับว่ากลายเป็นสิ่งเสพติดใหม่ของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึ่งถึงกับยอมรับว่า ใช้เครื่องโทรศัพท์แม้แต่เวลาอาหาร ก่อนนอน และในห้องน้ำ เรียกว่า แม้แต่เวลาส่วนตัว เจ้าเครื่องนี้ก็ไม่มีพรมแดนถูกกีดกัน ลูกเมีย ผัวเรา ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดตัวเราที่สุด บางครั้งเรายังเบื่อพวกเขา และไม่อยากอยู่กับพวกเขาตลอดเวลาเท่ากับโทรศัพท์ หรือแม้แต่คนเบื่อตัวเอง ก็พบว่าเจ้าเครื่องโทรศัพท์นี้เป็นเพื่อนแก้เหงาได้ดีกว่ ถ้าอย่างนั้น เครื่องมือชนิดนี้ไม่เรียกว่า ผู้นำศาสนาใหม่ จะเรียกว่าอะไร ในเมื่อมันมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของเรามากขนาดนี้?

อะไรคือเสน่ห์ของเจ้าเครื่องมือสมัยใหม่นี้หรือ มากมายเท่าที่จินตนาการมนุษย์จะไปถึง ทุกวันนี้ ยังมีผู้คนคิดค้นผลิตการใช้ประโยชน์จากเจ้าเครื่องนี้ไม่หยุดหย่อน จนจำนวน APP บนมือถือหากรวมทุกค่ายคงเป็นล้านแล้ว ลองคิดดูสิครับว่า เป็นไปได้อย่างไรที่มนุษย์เราจะมีกิจกรรมเป็นล้านอย่างได้ ทั้ง ๆ ที่อายุขัยโดยเฉลี่ยไม่ถึง 30,000 วันดี เรียกว่า ตั้งแต่เกิด หากใช้ App ใหม่ทุกวัน ก็ต้องใช้เวลาเกิน 30 ชาติ ถึงจะใช้หมด ลองมาดูกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ที่คนส่วนใหญ่ได้จากศาสนาใหม่นี้ดูว่ามีอะไรบ้าง

  1. มันช่วยเป็นเพื่อนปลอบใจ หาเพื่อน คนขี้อายไม่กล้าสู้หน้าคน ก็สามารถรู้จักคนแปลกหน้าก่อนเจอตัว ทำให้ลดความประหม่าเมื่อเข้าสังคมได้
  2. มันทำให้เราสามารถเชื่อมกับคนอื่นจากจุดที่เราอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะมืดหรือสว่าง แม้แต่เวลาเราแก้ผ้าในห้องน้ำ ก็ทำได้โดยไม่ขวยอาย
  3. การนัดหมาย พบปะง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่การนัดหมาย แต่ทำให้การพบปะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเจอหน้าเสมอไป ทำให้เราอาจเยี่ยมเยียนทักทายเพื่อน ๆ ที่อยู่คนละมุมเมือง มุมโลกพร้อมๆ กันได้ พวกเจ้าชู้ ก็สามารถจีบคนต่างเพศได้พร้อมกันโดยไม่ต้องกลัวรถไฟชนกัน
  4. เป็นเพื่อนแก้เหงา จากนี้ไป หลายๆ อาชีพไม่สามารถจะบ่นว่าเบื่อได้แล้ว เพราะเจ้าเครื่องนี้ช่วยแก้เหงา เมื่อก่อนคนแก้เบื่อด้วยการทานอาหาร นั่งดูทีวีไป นั่งกินไป เจ้าเครื่องนี้ ช่วยให้การรอคอยไม่เป็นกิจกรรมที่น่าเบื่ออีกต่อไป เช่นการรอคิว การรอนัดพบหมอ ครั้งหนึ่งนิตยสารและหนังสือพิมพ์เคยทำหน้าที่นี้ ในรถไฟใต้ดินเมื่อก่อนเห็นคนอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ แต่เดี่ยวนี้ดูเครื่องนี้แทน
  5. เป็นสวิทซ์สมอง ทำให้เราปรับโหมดสมองของเราเปลี่ยนไปยังเรื่องใหม่ได้เร็วขึ้น
  6. เรากลายเป็นมนุษย์ 24 ชั่วโมงที่เข้าถึงเราได้ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะไม่รับสาย เราก็สามารถรู้ได้ว่าใครโทรมาเมื่อไร หรือแม้แต่จะตั้งให้เครื่องตอบรับโดยอัตโนมัติ เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่าเราไม่สามารถรับได้เพราะอะไร
  7. เป็นสถานีกระจายข่าว ด้วยความนิยมของเวป social network ทำให้เพื่อนฝูงคนใกล้ชิดรู้ว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ อยู่ ณ จุดไหนของเมือง เหมือนกับเราติด GPS ในตัวเราเพื่อให้ทุกคนมองเห็นเราได้ตลอดเวลา
  8. ทำให้เราตัวเบาเวลาออกจากบ้าน เพราะสรรพสิ่งล้วนรวมอยู่ในเครื่องเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป แผนที่ เครื่องเล่นเกม วิทยุ เทปเพลง ไฟฉาย เข็มทิศ
  9. เป็นเครื่องมือป้องกันคนรบกวน คนแปลกหน้า ในเวลาที่เราอยากมีความเป็นส่วนตัว โดยอ้างว่า เรากำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่างอยู่กับโทรศัพท์มือถือ
  10. ฯลฯ อื่นๆ อีกมากมาย

ในทางกลับกัน สมาร์ทโฟนก็สร้างผลกระทบด้านลบกับเราเช่นกัน  ..เช่น

  1. เป็นช่องทางรับข่าวร้ายได้ตลอดเวลา ทำให้เราไม่มีเวลาตั้งตัว ขาดสติได้ง่ายๆ
  2. เป็นช่องทางเผยแพร่ภาพที่เราไม่ต้องการ ภาพหลุดทั้งหลายที่เกิดขึ้นและทำลายชีวิตผู้คน ก็มาจากประโยชน์ของโทรศัพท์ที่มีมากเกินไป  ความง่ายของการใช้และไม่มีต้นทุนเพิ่ม ทำให้เราถ่ายทุกรูปที่อยากถ่ายโดยไม่ยั้งคิด การโค่นล้มรัฐบาลในบางประเทศก็ทำได้ง่ายขึ้น อย่างที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางเมื่อเร็วๆ นี้
  3. กลายเป็นคนวิตกจริตกับการอัพเดต App ต่างๆ แทบจะต้องทำทุกวัน เพื่อเป็นหลักประกันว่าโทรศัพท์ของเรายังทำงานตามปกติอยู่หรือเปล่า
  4. เป็นเครื่องมือทำลายสัมพันธภาพ คนสองคนนั่งอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งคุย อีกคนหนึ่งเล่นเกม โดยไม่มีเวลาคุยกัน แม้แต่การจะสื่อสารระหว่างคนสองคนที่นั่งใกล้ๆ กันบางครั้งก็ยังไม่ได้คุย แต่เป็นการส่งข่าวสารผ่านมือถือแทน

ในฉบับหน้า จะกลับมาคุยถึงระบบนิเวศน์การเกิดของเจ้าศาสนาใหม่อีกตอนหนึ่ง…

Related posts:

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา