อินโดนีเซียเปิดตัวระบบจัดการน้ำท่วมสุดไฮเทค

อินโดนีเซียเปิดตัวศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติสุดไฮเทค โดยเป็นผลงานความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ หรือ MIT แล้ว ในชื่อ “PetaBencana.id” โดยเป็นการดึงความสามารถของโซเชียลมีเดียมาผนวกเข้ากับแพลตฟอร์มการบริหารจัดการภัยพิบัติ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถแจ้งข่าวได้ผ่านทวิตเตอร์ และเทเลแกรม รวมถึงรายงานระดับน้ำได้แบบเรียลไทม์บนแผนที่ดิจิตอล

Picture

โดยเจ้าภาพจากอินโดนีเซียที่รับหน้าที่ดูแลโปรเจ็คนี้คือ Badan Nasional Penanggulangan Bencana (BNPB) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการภัยธรรมชาติ ขณะที่สถาบัน MIT นั้นมี Urban Risk Lab รับหน้าที่ดูแลงานดังกล่าว โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มนี้เป็นส่วนหนึ่งของ InAWARE ระบบสำหรับแจ้งเตือนและจัดหาข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติที่อินโดนีเซียพัฒนาขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่  www.petabencana.id โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวจะแสดงข้อมูลสถานการณ์น้ำบนเกาะชวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของ 3 เมืองสำคัญเช่น กรุงจาการ์ตา เมืองสุราบายา (เมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย) และเมืองบันดุง (Bundung) ซึ่งถือเป็นเมืองที่ใหญอันดับ 4 ของประเทศได้อย่างสมบูรณ์ และจะนำมาใช้งานแทนแพลตฟอร์มเดิมอย่าง PetaJarkarta.org ด้วย ส่วนรีพอร์ตต่าง ๆ ที่ระบบเก่าอย่าง PetaJarkarta.org เคยทำไว้ก็จะโอนมาอยู่บนเว็บใหม่อย่าง www.petabencana.id ด้วยกัน

สำหรับชาวเมืองสามารถรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ได้แบบเรียลไทม์เข้ามายัง www.petabencana.id ได้ นอกจากนั้น แพลตฟอร์มดังกล่าวยังทำงานร่วมกับโซเชียลมีเดีย

ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานสถานการณ์น้ำผ่านทวิตเตอร์และเทเลแกรมได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานที่ต้องการทวีตเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมสามารถทวีตไปยัง @petabencana ได้และติ #banjir ซึ่งจะมีบ็อทพายูสเซอร์รายนั้น ๆ ไปกรอกแบบฟอร์มให้โดยอัตโนมัติ หรือในเทเลแกรม ผู้ใช้สามารถส่งข้อความ “* / flood *” ไปยัง @bencanaBot และสามารถใส่คำบรรยายและภาพเกี่ยวกับสถานการณ์ได้ด้วย

“นอกจากทวิตเตอร์และเทเลแกรมแล้ว เรายังทำงานร่วมกับ Qlue, PasangMata Detik.com, Z-alerts  และพาร์ทเนอร์อื่น ๆ อีกมาก” ดร. Etienne Turpin ผู้อำนวยการของ PetaBencana.id กล่าว “โดยผู้ใช้งานสามารถรายงานผ่านแอปพลิเคชันเหล่านั้นได้ และข้อมูลจะถูกส่งมายังแผนที่ดิจิตอลของส่วนกลาง”

นอกจากแผนที่ที่รายงานสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว แพลตฟอร์มยังสามารถแสดงระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ด้วย ซึ่งอินโดนีเซียตั้งเป้าว่าจะพัฒนาแพลตฟอร์มอื่น ๆที่เกี่ยวกับภัยพิบัติเพิ่มเติมอีกในอนาคต เช่น การเตือนเรื่องภูเขาไฟระเบิด หรือแผ่นดินไหว

ที่มา http://www.computerworld.com.my

Related posts:

สตาร์ทอัปสิงคโปร์เตรียมบุกตลาดจีน
แนวคิดสร้างอุปกรณ์ประหยัดน้ำด้วย IoT
WikiLeaks แฉ CIA พัฒนาเครื่องมือเจาะระบบได้ผ่านอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย
นานาชาติชู IoT เป็นโอกาสอนาคต ด้าน CAT เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ IoT
ซิสโก้ระบุองค์กรธุรกิจในประเทศไทยเพิกเฉยต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์มากกว่าครึ่ง!
อุตสาหกรรมการผลิตไทยมีแนวโน้มเติบโต 1.6 ล้านล้านบาทจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา