การใช้ Big Data เพื่อการพัฒนาสายการผลิตอย่างต่อเนื่องของ Omron ประเทศญี่ปุ่น

ในยุคของ Industry 4.0 และ IIoT (Industrial Internet of Things) เครื่องจักรการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่ จะมีการเชื่อมต่อและส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบไอทีขององค์กรการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ดูจะเป็นเรื่องท้าทาย แต่สำหรับ ออมรอน คอร์ปอเรชัน แล้ว การประสบความสำเร็จในการนำข้อมูลจากเครื่องจักรต่างๆ มาใช้ประโยชน์มอบศักยภาพการทำธุรกิจในยุค Industry 4.0 ได้อย่างไรขีดจำกัดสร้างโอกาสการเติบโตในระดับโลก

000

ออมรอน คอร์ปอเรชัน เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้กับผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติและการแพทย์ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ออมรอนได้พัฒนา “Value Generation 2020” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ด้านการบริหารของ บริษัทฯ ในระยะยาวถึงปี 2020 และยังได้สร้างเป้าหมาย ท้าทายให้ตนเองในด้านการเติบโตเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัท ระดับโลก ออมรอนเน้นย้ำเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อม โดยให้การสนับสนุนนวัตกรรมการผลิตระดับโลก ด้วยเทคโนโลยีการควบคุมและการสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์

ออมรอนมีส่วนแบ่งในตลาดประเทศญี่ปุ่นคิดเป็น อันดับหนึ่ง (40%) ในส่วนของธุรกิจด้านระบบอุปกรณ์ควบคุม และระบบอัตโนมัติในโรงงาน (Factory Automation – FA) และมีการดำเนินธุรกิจใน 80 ประเทศทั่วโลกทั้งในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ ประเทศจีน และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ ออมรอนยังให้บริการโซลูชั่นการผลิตกับลูกค้า เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านจัดการอันหลากหลายที่เกิดขึ้นในโรงงานการผลิต พร้อมๆ กับมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตในโรงงานของตนเอง โดยใช้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการควบคุมของออมรอน

007

ค้นหาวิธีการเพื่อยกระดับการพัฒนาการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ออมรอนแสวงหาวิธีการพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาใช้ในโรงงานหลักที่ผลิตระบบอัตโนมัติ สำหรับอุตสาหกรรมของบริษัทฯ ในเมืองคูซัตซึ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสายการผลิตของแผงวงจร ประกอบไปด้วยขั้นตอน 4 ขั้น ด้วยกัน โดยขั้นตอนที่หนึ่งคือการเตรียมแผงวงจรโดยใช้ การบัดกรีส่วนขั้นตอนอีกสองขั้นถัดไปจะเกี่ยวข้องกับการวางชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ลงไปที่แผง และในขั้นตอนสุดท้าย จะผนึกชิ้นส่วนทั้งหมดไปที่แผงวงจรแบบถาวร

ข้อมูลล็อก (log data) จากอุปกรณ์แต่ละชิ้นในสายการผลิต จะมีการเก็บที่ฐานข้อมูลจำนวนมหาศาลจนเกิดเป็น Big Data ด้านการผลิตของโรงงานที่แยกต่างหาก เนื่องจากการบันทึกความผิดพลาด จากเครื่องจักรแต่ละเครื่องนั้นไม่ได้รวมกันไว้ในที่เดียว ทำให้การระบุต้นเหตุปัญหาทำได้ยาก ก่อนหน้านี้มีเพียงแค่พนักงาน โรงงานที่มีประสบการณ์แล้วเท่านั้นที่จะตรวจสอบบันทึกความ ผิดพลาดในระบบการผลิตและการควบคุมเพื่อหาปัญหาได้ และในบางครั้งการหาต้นเหตุของปัญหาก็เกิน ความสามารถของพนักงานเหล่านี้ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถตีความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการที่ซับซ้อนออกได้ โดยShinji Mizuno, Manager 1st Production Section, Production Department, Kusatsu Factory เล่าว่า “ในการก้าวสู่อีกขั้นของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราจำเป็นต้องมีข้อมูลในเชิงรูปธรรมด้วย”

003

เพื่อจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล ออมรอนใช้ Big Data เพื่อช่วยให้คนทำงานหาวิธีการพัฒนากระบวนการผลิตแผงวงจรพิมพ์ โดยการบูรณาการข้อมูล ที่ได้จากแต่ละจุดของสายการผลิต เพื่อให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด เพื่อเปิดทางให้มีการหาปัญหาและสาเหตุได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายส่งผลให้ผลิตผลต่อหน่วยชั่วโมงเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน และยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

“ตอนแรกที่เห็นข้อมูล ผมประหลาดใจมาก เพราะโซลูชั่น เผยให้เห็นถึงการพัฒนาที่ผมตามหามายาวนาน และทำให้ความคาดหวังที่เรามีในการต่อยอดการพัฒนาสายการผลิต มีแนวโน้มที่จะเป็นจริงขึ้นมาได้” Shinji Mizuno กล่าว

พลังของ Big Data

ในการสนับสนุนให้คนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ออมรอนร่วมมือกับพันธมิตรอย่างไมโครซอฟท์และฟูจิตสึ ในการทำพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept -PoC) การมองเห็น การเคลื่อนไหวของสายการผลิตแบบเรียลไทม์ โดยการเชื่อมแผงวงจรแต่ละแผงที่ผลิตเข้ากับประเภทข้อมูลแต่ละประเภท ที่มีการบันทึกในระบบการผลิตแต่ละระบบในสายการผลิต โดยจุดประสงค์หลักของการทำ PoC นี้ก็เพื่อระบุจุดที่ต้องมีการปรับปรุง ซึ่งเป็นจุดที่หาได้ไม่ง่ายนัก แม้แต่พนักงานโรงงานที่มีประสบการณ์แล้วก็ตาม

Mizuno ยังกล่าวอีกว่า “ควรมีสิ่งที่ให้เราพัฒนาให้เพิ่มขึ้นอีก” ระบบนี้ออกแบบมาโดยใช้อภิมหาข้อมูล (Big Data) ในการสนับสนุนพนักงานที่ทำงานในสายการผลิตทุกวัน

ในการรวบรวมล็อกข้อมูลจากอุปกรณ์แต่ละชิ้นในสายการ ผลิตแบบเรียลไทม์ ได้มีการใช้โปรแกรม Microsoft SQL Server, MS Excel และระบบ Sysmac NJ-series Machine Automation Controller ของออมรอนเอง ซึ่งช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์และเครื่องจักรแต่ละตัว โดย Omron ได้พัฒนาระบบที่สร้างรายงาน “Timeline Data Visualization (การมองภาพข้อมูลตามแนวเวลา)” ซึ่งเป็นรายงานที่เปิดโอกาสให้วิเคราะห์ข้อมูลตามจริงได้อย่างรวดเร็วภายในพริบตาเดียว โดยวิเคราะห์จากมุมมองแผงวงจร แต่ละแผงหรือกระบวนการผลิต และจะแสดงสถานะการผลิตที่ละเอียดกว่าแต่ก่อน แต่กระนั้นยังมีความง่ายพอที่ทุกคนจะเข้าใจได้

NJ Controller

นอกจากนี้รายงานยังแสดงแผนภาพการเคลื่อนไหวในสายการ ผลิตตามลำดับเวลา ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานระบุได้ชัดเจนว่าผลิตผลมีการลดลงที่จุดไหนและเมื่อไหร่ และนำไปซ้อนทับกับข้อมูลอื่นๆ เพื่อค้นหาต้นเหตุที่แท้จริงของจุดที่เสื่อมประสิทธิภาพ

การเห็นภาพนำ‚ไปสู่ไอเดียใหม่ๆ

ด้วยระบบดังกล่าว แม้แต่พนักงานที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถวิเคราะห์สถานะ การผลิตของแผงวงจรแต่ละแผงได้ ส่งผลให้มีประสิทธิภาพใน การแก้ปัญหาและการผลิตเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม 6 เท่า ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันพนักงานโรงงานหนึ่งคนสามารถวิเคราะห์ต้นเหตุของ ปัญหาที่มีความซับซ้อนได้ ซึ่งเมื่อก่อนต้องใช้พนักงานที่มี ประสบการณ์ทั้งหมด 6 คนในโรงงานผลิตมาช่วยวิเคราะห์ ทำให้พนักงานเหล่านี้มีเวลาเพิ่มมากขึ้น และจะใช้เวลานั้นไป มุ่งเน้นที่การออกแบบวิศวกรรมและกระบวนการผลิตแทน ส่งผลให้มีผลิตผลต่อหน่วยชั่วโมงเพิ่มขึ้น 30% ภายในเวลา 2-3 เดือน และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

000

นอกจากนี้ ระบบใหม่ยังเปิดโอกาสให้พนักงานจากหลายๆ กะได้ร่วมมือกัน กล่าวคือ พนักงานสามารถเรียกดูแผนภาพการเคลื่อนไหวของการผลิตจากกะก่อนหน้า และระบุจุดที่ควรมีการพัฒนาได้

แผนการต่อไป ออมรอนวางแผนที่จะจับคู่ข้อมูลวิดีโอของกระบวนการการตรวจสอบเข้ากับข้อมูลอื่นๆ เช่น อุณหภูมิ บันทึกความผิดพลาด และข้อมูลคุณภาพตามลำดับเวลา และนำไปแสดงใน Dashboard เดียวกัน ซึ่งแผนกการผลิตและแผนกการวางแผนจะนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยี วางแผนการผลิตและทางการเงิน

omrontimeline2

ออมรอนมีแนวคิดที่จะนำระบบที่ได้มีการพัฒนาและใช้งานอยู่ที่สายการผลิตในโรงงาน Kusatsu ให้มีการ ใช้งานที่จุดอื่นๆ เพราะนวัตกรรมในการมองเห็นภาพการผลิตนี้ จะนำไปสู่การเกิดไอเดียใหม่ๆ และมีการคาดการณ์ว่าห่วงโซ่นวัตกรรมนี้จะขยายการใช้งานไปตามแผนกอื่นๆ ขององค์กร รวมถึงสาขาอื่นๆ ของบริษัทฯ ในต่างประเทศด้วย

diagram_cr

Related posts:

Zero Degree ยาดมสไตล์โมเดิร์นฝีมือสตาร์ทอัปไทย
ไขข้อข้องใจการใช้โทรศัพท์มือถือกับ Prompt Pay
“เอเชีย” ขึ้นแท่นทวีปผู้นำการลงทุน IoT ที่มีค่า ROI สูง
Huawei Agile Internet of Things เปลี่ยนรูปแบบการผลิตและบริการยุคใหม่
ThaiCERT ออกประกาศเตือนภัยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry กระจายผ่านช่องโหว่ของ วินโดวส์ รีบอัปเดตทันที
CAT โชว์ศักยภาพ เปิดตัวโครงข่ายสื่อสารไร้สาย LoRaWAN พร้อมแพลตฟอร์ม “LoRa IoT by CAT” หนุนภูเก็ตต้นแ...

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา