ผู้ผลิตอะลูมิเนียมระดับโลกผสานรวมการปฏิบัติการในบราซิลไปยังแพลตฟอร์มไอทีกลางโดยใช้บริการและฮาร์ดแวร์ของฟูจิตสึ

Norsk Hydro ASA (Hydro) คือบริษัทผลิตอะลูมิเนียมแบบครบวงจรในประเทศบราซิล  Hydro ต้องการรวมการดำเนินงานทั้งหมดของตนเองไปยังแพลตฟอร์มไอทีกลางมาตรฐานเดียวเพื่อรับประกันความสอดคล้องและความพร้อมใช้งาน บริษัทฯ จึงขอคำปรึกษาจากฟูจิตสึ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและบริการกันมายาวนาน การโอนบริการโครงสร้างพื้นฐานที่มีการจัดการของการปฏิบัติการในประเทศบราซิลมายังฟูจิตสึทำให้ Hydro มีการปฏิบัติการที่ทันสมัยทั่วทั้งระบบ และลดต้นทุนในการปฏิบัติการลงถึง 20% ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงและมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นโดยรวมอันเป็นผลเนื่องมาจากบริการรักษาความปลอดภัยที่มีการจัดการ (Managed Security Service)โดยเฉพาะ และเทคโนโลยีการเข้าถึงโดยใช้รหัสผ่านแบบไบโอเมตริกอย่าง FUJITSU PalmSecure

kv_norsk-hydro_tcm100-3738912_tcm100-2750236-32

ฟูจิตสึกลายเป็นคู่ค้าที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้ในระดับที่สูง การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานเดียวให้สอดคล้องกับธุรกิจที่เหลือเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนมาก Mr.Jo De Vliegher, Chief Information Officer,Hydro

การสร้างมาตรฐานเดียวด้วยโซลูชันจากคู่ค้ารายเดียว Norsk Hydro ASA (Hydro) คือบริษัทผลิตอะลูมิเนียมแบบครบวงจรมีพนักงานประมาณ 35,000 ชีวิตใน 40 ประเทศที่กระจายทั่วทุกทวีปโดยผนวกรวมความเชี่ยวชาญท้องถิ่น เข้ากับการเข้าถึงตลาดทั่วโลกและความสามารถด้าน R&D ที่เหนือคู่แข่งทุกราย Hydro มีบทบาทอยู่ในทุกภาคส่วนตลาดสำหรับอะลูมิเนียม พร้อมกับกิจกรรมด้านการค้าและการซื้อขาย และให้บริการลูกค้ากว่า 30,000 ราย Hydro มีสำนักงานใหญ่ในประเทศนอร์เวย์ และมีประสบการณ์ด้านพลังงานทดแทน เทคโนโลยี และนวัตกรรมนับศตวรรษ Hydro มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความอยู่รอดของลูกค้าและชุมชน พร้อมทั้งสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรมโซลูชันการผลิตอะลูมิเนียมใหม่ๆ

Hydro จับมือกับฟูจิตสึมานานกว่าหลายปี โดยฟูจิตสึมีธุรกิจทุกด้านที่เราต้องการ ซึ่งครอบคลุมการโฮสต์และการจัดการเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บ (RIM), การสนับสนุนผู้ใช้ปลายทาง (EUS), ศูนย์ปฏิบัติการระบบเครือข่าย (NOC), หน่วยงานบริการช่วยเหลือที่ให้บริการหลากหลายภาษาทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบการทำงานร่วมกันและบริการรักษาความปลอดภัย (SOC)

“ฟูจิตสึกลายเป็นคู่ค้าที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมาและได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้ในระดับที่สูง หลังจากที่เราซื้อสถานที่ถลุงแร่ ปรับปรุงคุณภาพ และเหมืองในบราซิลมาได้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานเดียวให้สอดคล้องกับธุรกิจที่เหลือก็เป็นตัวเลือกที่ชัดเจนมาก การมีระบบ 2 ระบบแยกจากกันในบราซิลและระบบกลางเป็นปัญหามาก เพราะทุกอย่างต้องมีการทำสองรอบ และรอบการเปิดใช้งานระบบก็ต้องถูกเร่งให้เร็วขึ้นเสมอ ในบราซิลมีผู้ใช้ประมาณ 5,000 คนในสถานที่ทำงาน 3 แห่ง ทำให้โครงการนี้เป็นความท้าทายที่ทั้ง Hydro และฟูจิตสึไม่เคยเจอมาก่อนความสามารถด้านกำลังไฟฟ้าและระบบเครือข่ายนั้นมีความเปราะบางมากในใจกลางดินดอนสามเหลี่ยมของป่าดิบชื้นอะเมซอน และการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย” Mr.Jo De Vliegher, Chief Information Officer, Hydro กล่าว

นอกจากนี้ Hydro ยังต้องการที่จะรวมมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับไบโอเมตริก พร้อมๆ กับมั่นใจว่ามีการสนับสนุนที่เพียงพอ“เรามีกลยุทธ์ดิจิทัลที่ชัดเจนมาก ซึ่งสร้างจากเสาหลัก 4 ประการด้วยกัน นั่นคือ การมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ นวัตกรรมและการบริหารความเปลี่ยนแปลง ตอนนั้นฟูจิตสึก็กำลังช่วยเราให้บรรลุเป้าหมายในธุรกิจวงกว้างอยู่แล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะดึงการปฏิบัติการในบราซิล ให้ทันกับส่วนอื่น” De Vliegher กล่าวเสริม

“ไซต์ปฏิบัติงานที่บราซิลเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความยากลำบากและมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เปราะบาง เราจึงมีงานยากรออยู่” การร่วมกันสร้างสรรค์แพลตฟอร์มไอทีที่แข็งแกร่งในใจกลางบราซิลฟูจิตสึกำหนดค่าเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในเยอรมันก่อนจะส่งไปยังเหมืองในบราซิล ซึ่งต้องขับรถจากเมืองเบเลงเป็นเวลา 2 ชั่วโมงและอยู่ในป่าดิบชื้นอะเมซอน ในขณะเดียวกันทีมงานชาวอินเดียของฟูจิตสึก็ทำการย้ายข้อมูลจากทางไกล หลังจาก 6 เดือนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ก็พร้อมใช้งาน โดยโครงสร้างพื้นฐานนี้มีการใช้บริการฟูจิตสึหลายอย่างด้วยกัน เช่น NOC และ SOC ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของโครงการนี้ “ฟูจิตสึสามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรกลางรวมทั้งทีมงานท้องถิ่น ชาวบราซิลเพื่อถ่ายโอนการดำเนินงาน ซึ่งทำให้งานมีความซับซ้อนน้อยลง การปรับให้แพลตฟอร์มมีมาตรฐานสอดคล้องทั่วทั้งบริษัททำให้การติดตั้งบริการคลาวด์และแอปพลิเคชันใหม่บริหารได้ง่ายและไม่ซับซ้อน”

นอกจากนี้ Hydro ยังได้นำ FUJITSU PalmSecure มาใช้งานเพื่อจัดการการเข้าถึงเทอร์มินัลของผู้ใช้ ซึ่งใช้ลายเซ็นไบโอเมตริกที่ไม่ซ้ำกันในฝ่ามือของผู้ใช้แต่ละราย เพื่อให้ล็อกออนเข้าพีซีและธินไคลเอ็นต์ “เรามีผู้ใช้ 3,000 รายที่ไม่เคยใช้พีซีของบริษัทฯ มาก่อน แต่เราต้องการให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่คนมักจะลืมรหัสผ่านกันได้ง่าย ส่วนบัตรรูดก็อาจจะหายหรือโดนขโมยได้เช่นกัน” De Vliegher กล่าว

รหัสประจำตัวประเภทลายนิ้วมืออาจใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานที่สะอาด แต่อย่างสภาพแวดล้อมเหมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่น FUJITSU PalmSecure ให้โซลูชันที่แข็งแกร่ง แม่นยำ และไม่ต้องใช้การสัมผัสใดๆ”ฟูจิตสึให้บริการช่วยเหลือสนับสนุนทั้งระดับหนึ่งและระดับสองทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงจากศูนย์ Global Delivery Center ในประเทศโปแลนด์ซึ่งจะมีการตอบคำถามเป็นภาษาโปรตุเกสของบราซิลด้วยความพึงพอใจของผู้ใช้งานอยู่ในระดับสูงขึ้นอันเนื่องมาจากเฟรมเวิร์ก ระบบไอทีที่ยืดหยุ่น และความร่วมมือกันระหว่าง Hydro และฟูจิตสึคะแนนความพึงพอใจผู้ใช้ของ Hydro ปัจจุบันอยู่ที่ 93% ซึ่งสะท้อนให้เห็นการให้บริการไอทีที่สอดคล้องทั่วบริษัททั้งในบราซิลและประเทศอืน่ ๆ นอกเหนือไปกว่านั้น ต้นทุน การปฏิบัติการท้องถิ่น ลดลงถึง 20% ผ่านการทำให้เป็นมาตรฐานบนแพลตฟอร์มของผู้ค้ารายเดียว

“เราสามารถใช้เอกสารประกอบและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเดียวกันกับทั่วทั้งบริษัท ซึ่งทำให้ต้นทุนลดลงพร้อมๆ กับเพิ่มผลิตผล เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นสิ่งนี้ทำให้เราสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้มากขึ้น และตอบสนองกับความต้องการของตลาดได้เร็วขึ้นเช่นกัน“ความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้นเราไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่พอที่จะมี SOC ภายในเป็นของตนเอง แต่ฟูจิตสึให้ความสามารถที่หลากหลายที่สุดกับเรา ซึ่งผนวกรวมเข้ากับบริการทั้งหมดที่เรามีได้การที่เราได้รู้ว่าเรามีการปกป้องระบบในมาตรฐานระดับโลกทำให้เราอุ่นใจมาก ” De Vliegher กล่าว

Hydro และฟูจิตสึได้กลายเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์แนบแน่น ผ่านการทำงานร่วมกันมานานหลายปี ทำให้เกิดเป็นสภาพแวดล้อมไอทีที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ค้ารายเดียวและมีมาตรฐานเดียว ซึ่งเป็นการกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงาน รับรองความปลอดภัย และมีความพร้อมใช้งานได้สูงสุด ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้ทั้ง 2 บริษัทกำลังมองหาด้านอื่นๆที่อาจจะเข้าไปพัฒนาได้มากขึ้นอีก “ผมเคยไปดูงานที่สำนักงานของฟูจิตสึในประเทศญี่ปุ่นและเห็นเทคโนโลยีที่ดูน่าใช้งานในหลายๆ ด้าน เช่น แมชชีนเลิร์นนิ่ง เซ็นเซอร์พนักงาน และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์” De Vliegher กล่าวสรุป “เทคโนโลยีเหล่านี้มีความล้ำสมัยมาก ซึ่งจะช่วยสื่อว่าบริษัทเราก็มีความล้ำสมัยเช่นกัน ในขณะเดียวกันเราก็ยังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน”

Related posts:

Emulator SYNC 3 AppLink โปรแกรมฟรี!!! สำหรับนักพัฒนาแอพบนรถยนต์
เวียดนามลดค่าจดโดเมนเนมเหลือ 31 บาท หวังสร้างสังคมข้อมูลข่าวสาร
สิงคโปร์ทดลองใช้ Virtual Reality เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยสาธารณะ
ฟอร์ติเน็ตเปิดตัว FortiOS 6.0 เพื่อรับมือภัยคุกคามในยุค Digital Transformation
AI ในอาเซียน
NTT Group ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ให้บริการการสื่อสารแบบบูรณาการชั้นเลิศระดับโลกโดยการ์ทเนอร์
Top
ปิดโหมดสีเทา