โมเดลธุรกิจเพื่อการเกษตรเข้มแข็งในประเทศญี่ปุ่น

โครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะในเขตอิวาตะ เกิดจากการร่วมมือกันสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจเพื่อการเกษตรเข้มแข็งและสามารถปรับตัวได้โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งความรู้อันหลากหลายโครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะในเขตอิวาตะเกิดจากการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทฟูจิตสึ โอริกซ์ และมาสึดะ ซีด โดยบริษัทชั้นนำ 3 บริษัทได้จับมือกันจัดทำโครงการนวัตกรรมทางเกษตรกรรม โดยบริษัทแรกเป็นบริษัทที่มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรที่แข็งแกร่ง ส่วนบริษัทที่สองเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านเรือนเพาะชำพืชการเกษตรที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่หลากหลาย และบริษัทที่สามคือบริษัทที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีทักษะความชำนาญในด้านเทคโนโลยีดิจิตอล

โครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะในเขตอิวาตะเปิดตัวเมื่อต้นปี 2016 และมีจุดประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองธุรกิจใหม่ ที่เกิดจากการร่วมมือกันของผู้ประกอบธุรกิจที่หลากหลาย ซึ่งจะรวมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ แล้วก่อตั้งโซ่คุณค่าด้านเกษตรกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างฐานเกษตรกรรมที่แข็งแกร่งในเขตอิวาตะ“โครงการนี้เป็นการร่วมทุนที่มีการมองภาพรวมของทั้งโซ่คุณค่าซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในเรื่องนวัตกรรมด้านการเกษตรดังนั้นเราจึงกระตือรือร้นที่อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจใหม่ขึ้นมา

c92598d4f2bd1eb150c757b2c3096f2d-1200-80

นาย มาซายูกิ คุราชินา ผู้จัดการทั่วไป แผนกธุรกิจการเกษตรบริษัท โอริกซ์ คอร์ปอเรชั่น และ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มาสึดะ ซีด จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ต้องการที่จะผลักดันพืชผลและเมล็ดพันธุ์อันหลากหลายของญี่ปุ่นเข้าสู่ตลาดระดับโลก โดยการวางตัวโครงการใหม่นี้ให้เป็นห้องแสดงสินค้าพืชผลและเมล็ดพันธุ์ นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการสร้างสรรค์ธุรกิจร่วมกันนี้

ปัญหาด้านโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในตลาดการส่งออกผลผลิตการเกษตรอันแข็งแกร่งของญี่ปุ่นการส่งออกของโภคภัณฑ์ทางการเกษตรที่เจริญเติบโตของญี่ปุ่นอันเนื่องมาจากความนิยมในอาหารญี่ปุ่นที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลกส่งผลให้ตัวเลขส่งออกในปี 2015 อยู่ที่ 443,200 ล้านเยน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.2 จากปีก่อน หากดูจากตัวเลขอย่างเดียว

ก็อาจกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมการเกษตรของญี่ปุ่นนั้นมีอนาคตที่สดใสมากทีเดียวแต่หากวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนขึ้นก็จะพบว่า อุตสาหกรรมนี้มีปัญหาทางด้านโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข หากยังต้องการที่จะเจริญเติบโตต่อไปเรื่อยๆปัญหาประการแรกคือ องค์กรการเกษตรส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและขาดแคลนทรัพยากรเพื่อใช้ลงทุนในการพัฒนานวัตกรรม และการผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้เจริญเติบโตสูงขึ้น

นอกจากนี้ ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างคือ เกษตรกรชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันเริ่มชราภาพลงไปทุกวันและหากคนรุ่นใหม่ๆ ไม่ต้องการที่จะทำงานในอุตสาหกรรมนี้ จำนวนเกษตรกรก็จะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาพื้นที่ทางการเกษตรถูกละทิ้งหรือไร้การเพาะปลูก และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ผลิตผลทางการเกษตรจะมีจำนวนน้อยลง และส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาคธุรกิจการเกษตรได้กลายมาเป็นธุรกิจระดับโลก และมีการแข่งขันกันที่สูงขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้หมายความว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศญี่ปุ่นจำเป็นต้องลุกขึ้นมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเกษตรของตนเองใหม่อีกครั้งเชื่อมต่อกับตลาด ผู้ผลิต และธุรกิจเรือนเพาะชำด้วยบริการระบบคลาวด์เพื่อธุรกิจอาหารและเกษตรกรรม “Akisai” ของฟูจิตสึ จึงได้เข้าไปเกี่ยวข้องในโครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะมากมาย

เพื่อมีส่วนร่วมช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2012 โดยโครงการเหล่านี้มีเป้าหมายในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งความรู้และข้อมูลต่างๆ และจากผู้ประกอบการหลายราย อันจะนำไปสู่การพัฒนาระดับภูมิภาค ผ่านภาคการเกษตรที่มีความเข้มแข็งขึ้นสิ่งนี้ได้สร้างความท้าทายให้กับฟูจิตสึอย่างมาก เพราะบริษัทได้ก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจเกษตรกรรมในฐานะเจ้าของกิจการ ไม่ใช่ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพียงอย่างเดียวโครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะใหม่ในเขตอิวาตะนี้ เป็นหนึ่งในโครงการริเริ่มด้านเกษตรกรรมอัจฉริยะแรกๆ ที่ฟูจิตสึเข้าไปร่วมดำเนินการ และได้เปิดตัวโดยมีเป้าหมายในการสร้างรากฐานเกษตรกรรมให้มีความเข้มแข็ง

4-1-5_tcm100-1231014

ซึ่งบริษัท โอริกซ์ คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับบริษัท มาสึดะ ซีด จำกัดและฟูจิตสึ ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้น และดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2016บริษัท โอริกซ์มีธุรกิจหลักคือ การให้บริการทางด้านการเงินที่มีความล้ำสมัย และยังมีการให้บริการธุรกิจแขนงอื่นในหลายภาคส่วน เช่นอสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน เป็นต้น บริษัทมาสึดะ ซีด จำกัดทำธุรกิจด้านเรือนเพาะชำพืชที่มีการพัฒนาเมล็ดพันธุ์หลากหลายชนิดในตลอดกว่า 90 ปีที่ผ่านมา ส่วนฟูจิตสึก็มีประสบการณ์การปรับใช้โซลูชั่นทางด้านเกษตรกรรมโดยใช้เทคโนโลยีให้กับลูกค้ามายาวนานคุณสมบัติที่น่าทึ่งประการหนึ่งของโครงการนี้คือ การเข้าไปช่วยสร้างระบบนิเวศใหม่ อันนำมาซึ่งความเข้มแข็งและองค์ความรู้ที่หลากหลาย

จากผู้ประกอบธุรกิจหลายๆ ราย ทั้งนี้เพื่อสร้างโซ่คุณค่าทางเกษตรกรรมซึ่งส่งผลให้มีการร่วมกันสร้างสรรค์รูปแบบจำลองธุรกิจใหม่ขึ้นมา จุดแข็งของโอริกซ์ คือความเชี่ยวชาญในการประเมินความต้องการของผู้ให้บริการด้านอาหารและอุตสาหกรรมค้าปลีกได้เป็นอย่างดี โดยมีเครือข่ายการกระจายสินค้าทางการเกษตรสำหรับลูกค้าระดับประเทศที่หลากหลายผ่านบริการทางการเงินของบริษัท จุดแข็งข้อนี้ มีการนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกับวิธี ‘Market-in’ ซึ่งจะมีการวางแผนการผลิตโดยอ้างอิงจากความต้องการของลูกค้า ซึ่งมีการตั้งเป้าไว้ว่า หากวิธีการนี้สามารถระบุประเภทของผักที่ผู้บริโภคต้องการในร้านค้าปลีกต่างๆ ได้ ก็จะเป็นการช่วยกระตุ้นให้ผู้ผลิตตอบรับความท้าทายในการผลิตพืชผลใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายขึ้นโครงการนี้จะยังสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจเรือนเพาะชำพืชและเมล็ดพันธุ์ที่มีการทำการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรอีกด้วยในปัจจุบันธุรกิจดังกล่าวยังคงเป็นความลับที่ยังไม่ได้รับเปิดเผยอยู่เกษตรกรชาวญี่ปุ่นมีการติดต่อกับตลาดนานาชาติน้อยมาก และพันธุ์พืชที่เกษตรกรเหล่านี้มีการเฝ้าบ่มเพาะด้วยความยากลำบากก็ยังไม่ได้รับการเปิดเผยในตลาดดังกล่าว อย่างไรก็ดี โครงการใหม่นี้ควรมีการแก้ปัญหาโดยการเป็นตัวแทนระหว่างตลาด ผู้ผลิต และธุรกิจเรือนเพาะชำซึ่งการสร้างสรรค์ธุรกิจร่วมกันนี้ได้เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจเรือนเพาะชำ

อย่างมาก ดั่งจะเห็นได้จากที่ตอนนี้มีหลายบริษัทติดต่อบริษัท มาสึดา ซีด เพื่อขอเข้าร่วมเป็นผู้ค้าในโครงการใหม่นี้แล้วจัดตั้งรูปแบบเกษตรกรรมใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอลอย่างเต็มที่โครงการเกษตรกรรมอัจฉริยะในเขตอิวาตะจะจัดตั้งรูปแบบเกษตรกรรมใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอล เช่น เซ็นเซอร์ระบบเครือข่าย และระบบคลาวด์อย่างเต็มที่ โดยจะเริ่มจากการตอบสนองอุปสงค์ของตลาดที่มีความต้องการมะเขือเทศ พริกหยวก และผักคะน้าอย่างมาก

โรงงานเพาะปลูกจะประกอบด้วยเรือนกระจกขนาดใหญ่หลายหลังจะสร้างไว้ในเมืองอิวาตะ จังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีปริมาณแสงแดดมากกว่าเฉลี่ยของประเทศถึงร้อยละ 15 ต่อปี ดังนั้นจึงเหมาะแก่การปลูกพืชในเรือนกระจกอย่างยิ่ง ในการวัดอุณหภูมิความชื้นระดับคาร์บอนไดออกไซด์ และความเข้มข้นของสารไฮโดรโปนิกส์จะมีการใช้เซ็นเซอร์ที่จะติดตั้งไว้ในเรือนกระจกเหล่านี้ข้อมูลที่เซ็นเซอร์นี้จับได้จะส่งไปจัดเก็บที่คลาวด์ของระบบอาหารและเกษตรกรรม “Akisai” ของฟูจิตสึ การติดตามอุณหภูมิในห้องเรือนกระจกแบบเรียลไทม์จากทางไกล รวมทั้งการเปิดและปิดหน้าต่างการเริ่มและหยุดพัดลมดูดอากาศ การควบคุมอุณหภูมิ อากาศ และฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่มีการดำเนินการจากทางไกล ทั้งหมดจะค่อยๆ ช่วยสร้างความเข้าใจทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับวิธีบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการปลูกพืชผักในอนาคต ข้อมูลประสิทธิภาพการเพาะปลูกที่มีการจัดเก็บไว้ใน Akisai จะรวมการตั้งค่าเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมวิธีการควบคุมสภาพแวดล้อมเรือนกระจกเข้าด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาธุรกิจการออกใบอนุญาตที่จะให้ได้มาซึ่งผลิตผลและคุณภาพที่มีความเสถียร

นาย ทาเคชิ ชูโดะ (Takeshi Sudou)  รองผู้จัดการหน่วยงาน สำนักวางแผนนวัตกรรมแบบเปิดด้านเกษตรกรรมและอาหาร ประจำหน่วยธุรกิจด้านนวัตกรรมของฟูจิตสึ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของบริษัทคือการเป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญที่สนับสนุนนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมในประเทศญี่ปุ่น ผ่านการสร้างสรรค์ธุรกิจร่วมกัน และเพื่อให้มีส่วนช่วยในการทำให้เศรษฐกิจระดับภูมิภาคกลับมาคึกคักอีกครั้งผ่านภาคการเกษตรหน้าจอติดตามดูสภาวะของเรือนเพาะชำ

Related posts:

สร้างแอพมือถือได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม
SO Sofitel ดึงแว่น AR เจาะตลาดโรงแรมหรู
ThaiCERT ออกประกาศเตือนภัยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry กระจายผ่านช่องโหว่ของ วินโดวส์ รีบอัปเดตทันที
แรนซั่มแวร์รุนแรงกว่าเดิม และมุ่งเน้นเจาะระบบในทุกๆ แพลตฟอร์ม
ซีพียู Advanced Image Recognition Processor หนึ่งในเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในรถ Toyota Alphard และ ...
ผู้ใช้งานกว่า 900,000 ราย ถูกโจมตีจากมัลแวร์ที่มากับเกมคอมพิวเตอร์

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา