กลุ่มบริษัทจินดาสุขก้าวสู่ยุค Digital Transformation ด้วยการลงทุนอย่างชาญฉลาด

ย้อนไปในอดีตกว่า 67 ปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2493 กลุ่มบริษัทจินดาสุขเริ่มต้นธุรกิจค้าขายท่อน้ำและอุปกรณ์ประปา และได้เป็นตัวแทนจำหน่ายมิเตอร์น้ำในชื่อแบรนด์ ASAHI จากประเทศญี่ปุ่นให้การประปานครหลวง จากนั้นโรงงานผลิตในประเทศญี่ปุ่นได้ให้สิทธิการผลิตแก่คุณอุดม จินดาสุข ในการผลิตมิเตอร์น้ำ ASAHI ในประเทศไทยจึงเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทในกลุ่มบริษัทจินดาสุข

นับจากวันนั้นธุรกิจของกลุ่มบริษัทจินดาสุขก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้ก่อตั้งบริษัท อาซาฮี-ไทย อัลลอย จำกัด ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งต่อมาก็ได้ถือกำเนิดแบรนด์ Sanwa เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผลิตจากทองเหลืองแท้ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความต้องการสินค้าประเภท ก๊อกน้ำ วาล์วน้ำ มิเตอร์น้ำ ครอบคลุมระบบประปาทั้งระบบทุกโครงสร้าง ทำให้กลุ่มบริษัทจินดาสุขเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

นอกจากแบรนด์คุณภาพสูงอย่าง Sanwa แล้ว กลุ่มบริษัทจินดาสุขยังนำความเชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและระบบประปาไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้แก่ ATACO ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประปาคุณภาพสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานราชการ Rambo ผลิตภัณฑ์ราคาประหยัดและทนทาน Drago เป็นเทคโนโลยีระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะ ด้วยมาตรวัดน้ำไฮเทคผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงก่อตั้งบริษัท อาซาฮี บราส-ร็อด จำกัด เพื่อดำเนินกิจการโรงงานแปรรูปทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน สามารถผลิตทองเหลืองเส้นและทองเหลืองขึ้นรูปป้อนเข้าสายการผลิตทั้ง 5 แบรนด์สินค้า และจำหน่ายทองเหลืองให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงขยายออกสู่ตลาดอาเซียน

เจษฎา จินดาสุข ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มบริษัทจินดาสุข

เช่นเดียวกับทุกองค์กร กลุ่มบริษัทจินดาสุข ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ก้าวสู่ยุค Digital Transformation ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้งาน เพื่อการเปลี่ยนจากการจดข้อมูลลงบนกระดาษไปสู่การใช้อุปกรณ์โมบายและระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีวิสัยทัศน์จากผู้บริหารและทีมไอทีภายใต้การนำของคุณพิภพ คุณากรบดินทร์ ผู้จัดการแผนกระบบสารสนเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงต้องการระบบไอทีที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังต้องการความร่วมมือร่วมใจของทั้งผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ รวมถึงต้องมีพาร์ทเนอร์ด้านไอทีที่วางใจได้อีกด้วย

 

เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ

คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ คือหัวใจสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของทุกองค์กรแทบทุกแห่ง แต่ก็ใช่ว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จจะเป็นองค์กรที่นำระบบไอทีมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในทุกกระบวนการทำงานเสมอไป แต่การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมและสอดคล้องต่อยุทธศาสตร์การดำเนินงานทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่างหากคือหัวใจการลงทุนด้านไอทีขององค์กรยุคดิจิทัล

กลุ่มบริษัทจินดาสุข ค่อยๆ ก้าวสู่องค์กรยุคดิจิทัล ทีละขั้นอย่างเป็นระบบ ล่าสุดเมื่อธุรกิจของกลุ่มเติบโตทั้งในแง่ของกำลังการผลิตและส่วนแบ่งการตลาด ทำให้ต้องมีการปรับปรุงระบบไอทีที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดีขึ้น จึงเป็นที่มาของการนำระบบไอทีเพื่อเชื่อมโยงกระบวนการทำงานของส่วนงานต่างๆ ถึงกัน ทำให้สามารถรับรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตได้อย่างรวดเร็ว และสามารถกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

 

“เนื่องจากกลุ่มบริษัทจินดาสุข ไม่ได้เป็นบริษัททางด้านเทคโนโลยี ไม่มีแนวคิดในการนำระบบไอทีเป็นเครื่องกำหนดทิศทางพัฒนาองค์กร แต่การนำไอทีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ขององค์กรได้ดีที่สุดต่างหากคือแนวคิดด้านไอทีของเรา” คุณพิภพ กล่าว “เนื่องจากกลุ่มบริษัทจินดาสุข คือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้า ดังนั้นเทคโนโลยีไอทีที่เราเลือกเพื่อนำมาใช้ในองค์กร จึงเป็นระบบที่ถูกออกแบบและถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ให้กับพนักงาน รวมถึงช่วยควบคุมบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นให้ถูกต้องเหมาะสมไปพร้อมๆ กัน”

 

เลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การนำระบบไอทีที่ดีมาใช้งานจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้มีเพียงซอฟต์แวร์หรือความร่วมมือของผู้ใช้เท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานระบบที่ดีด้วย ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูงคือหัวใจสำคัญ

 

ดังนั้นการเลือกโซลูชันเครือข่ายที่สมบูรณ์ทั้งประสิทธิภาพและเสถียรภาพ รวมถึงสามารถตอบสนองต่อการใช้งานในปัจจุบันและสามารถขยายประสิทธิภาพตามการเติบโตขององค์กรได้ในระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากการพิจารณาและทดสอบการใช้งาน ในที่สุดกลุ่มบริษัทจินดาสุขจึงตัดสินใจเลือกใช้โซลูชันระบบเครือข่ายระดับโลกจากซิสโก้ (Cisco)

 

ระบบเครือข่ายไร้สายและอุปกรณ์โมบาย

ในยุคเริ่มต้นของการนำระบบไอทีเข้ามาประยุกต์ใช้งาน ระบบงานบางส่วนภายในโรงงานยังคงต้องจดข้อมูลลงบนกระดาษ แล้วค่อยนำไปกรอกเข้าระบบคอมพิวเตอร์ สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากความล่าช้าในการจดข้อมูลแล้ว จะมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ทั้งในขั้นตอนการจด และการกรอกข้อมูลเข้าไปในระบบ ทำให้เกิดความล่าช้าในการรายงานผลการผลิต

 

ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารจึงมีแนวคิดที่จะนำอุปกรณ์โมบายอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเข้ามาใช้งานในโรงงาน นั่นจึงเป็นที่มาของการนำระบบเครือข่ายไร้สายเข้ามาใช้งาน ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานภายในโรงงานที่มีอุณหภูมิสูง และปัจจัยเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เครือข่ายไร้สายมาตรฐาน 802.11n ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมของซิสโก้ จึงถูกเลือกมาใช้งาน

“เราได้ปรับปรุงระบบขั้นตอนการผลิตสินค้าในโรงงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การรายงานผลการผลิต เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น ดังนั้นจึงได้นำเอาระบบที่ช่วยให้สายการผลิต สามารถรายงานผลการผลิตผ่านโปรแกรมที่ถูกออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ ทำงานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เพื่อให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานในพื้นที่โรงงาน และรายงานผลการผลิตจากจุดที่ผลการผลิตนั้นถูกผลิตขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านระบบเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงของซิสโก้” คุณพิภพ กล่าว “การรายงานผลการผลิต จากเดิมที่ทำด้วยการจดรายงานในกระดาษ แล้วส่งไปให้ธุรการช่วยคีย์เข้าระบบ ทำให้เกิดความล่าช้าในการรายงานผลการผลิต การนำระบบเครือข่ายไร้สายจากซิสโก้ มาใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต และโปรแกรมเฉพาะที่เราพัฒนาขึ้นเอง ช่วยตอบโจทย์ในการรายงานผลการผลิตที่รวดเร็วกว่าเดิม และสามารถรายงานผลการผลิตได้ทุก 2 ชั่วโมง”

 

นอกเหนือจากระบบเครือข่ายแบบใช้สายและไร้สายภายในโรงงานผลิตที่จังหวัดสมุทรปราการแล้ว ระบบไอทีทั้งหมดยังเชื่อมโยงไปยังสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทจินดาสุข ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนวรจักร กรุงเทพมหานคร อีกด้วย

 

ความท้าทายในการปรับเปลี่ยน

เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทุกๆ ส่วนงาน การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนไปสู่องค์กรยุคดิจิทัลของกลุ่มบริษัทจินดาสุขจึงสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ มาได้ “การนำเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามา เพื่อให้พนักงานที่คุ้นเคยกับการทำงานด้วยระบบเดิมๆ มายาวนานกว่า 10 ปี เป็นความท้าทายที่สำคัญ เพราะนอกจากจะมีปัญหาในด้านการพัฒนาระบบใหม่ให้ใช้งานได้ดีแล้ว บุคลากรที่มีอยู่ก็ต้องสามารถใช้งานระบบนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

นอกจากนี้ ด้วยพื้นที่โรงงานที่มีขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งมีความยาว 900 เมตร และมีอาคารโรงงานจำนวน 10 อาคาร การออกแบบระบบเครือข่ายไร้สาย เพื่อให้สามารถทำงานครอบคลุมทุกจุดของโรงงานก็เป็นหนึ่งความท้าทาย แต่ท้ายสุดทีมงานไอทีภายใต้การดูแลของคุณพิภพและพาร์ทเนอร์ได้แก่บริษัท Net Bright ก็สามารถทำได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

ระบบไอทีที่ดีต้องมีพาร์ทเนอร์ที่วางใจได้

เมื่อระบบไอทีได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ เสถียรภาพจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากประสิทธิภาพของอุปกรณ์แล้ว การมีพาร์ทเนอร์ด้านไอทีที่มีประสบการณ์ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

 

ด้วยประสบการณ์ในวงการไอทีและระบบเครือข่ายระดับองค์กรมากกว่า 20 ปี จึงทำให้กลุ่มบริษัทจินดาสุข เลือกบริษัท Net Bright เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านไอที ครอบคลุมงานด้านระบบเครือข่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครือข่ายแบบใช้สาย Core Switch : Cisco Catalyst 3750 และ Access Switch : Cisco Catalyst 2960 อุปกรณ์เครือข่ายไร้สายครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ Cisco 5500 Series Wireless Controllers และ Cisco Aironet 2800 ที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ของสำนักงานและโรงงาน รวมถึงอุปกรณ์ Firewall เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบเครือข่ายทั้งหมดของเครือบริษัทจินดาสุข

 

นอกเหนือจากการจัดหาและติดตั้งโซลูชันด้านเครือข่ายแล้ว Net Bright ยังเข้ามาช่วยวางแผนและออกแบบระบบเครือข่ายให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

“เนื่องจากระบบไอทีมีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทจินดาสุข ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกผู้ให้บริการเป็นอย่างมาก โดยเรามองทั้งบริการก่อนและหลังการขาย การให้คำแนะนำต่างๆ และงบประมาณการลงทุนที่สมเหตุสมผล ด้วยปัจจัยดังกล่าว เราวางใจ Net Bright เป็นผู้ให้บริการที่ดูแลการใช้งานของอุปกรณ์ระบบเครือข่ายเกือบทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีในการพัฒนาและปรับปรุงระบบเครือข่ายในองค์กร ให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมกับมาตรฐานการสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ควรจะเป็น” คุณพิภพ กล่าวทิ้งท้าย

 

ท้ายสุด แนวคิดการทำ Digital Transformation อย่างชาญฉลาดของกลุ่มบริษัทจินดาสุข คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาใช้ต้องตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ทางธุรกิจขององค์กรเป็นหลัก และต้องเป็นเทคโนโลยีหรือระบบที่ได้ผ่านการพิจารณาและตัดสินใจมาแล้วว่า จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ ได้ดีขึ้น และช่วยให้การทำงานแบบดั้งเดิมมีความสะดวก ถูกต้อง แม่นยำมากขึ้นด้วย ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันกลุ่มบริษัทจินดาสุขยังคงความเป็นผู้นำในการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ประปาคุณภาพสูงและขยายตัวสู่ตลาดอาเซียน

 

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม www.netbright.co.th

บริษัท เน็ต ไบร์ท จำกัด

เลขที่ 65/150 อาคารชำนาญเพ็ญชาติ บิสเนส เซ็นเตอร์ ชั้น 18 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

โทร. +66 2 643 8811 แฟกซ์ +66 2 643 8811

Email : sales@netbright.co.th

Youtube Channel : Net Bright

Line Official : @netbright

Related posts:

โรงงานรีไซเคิลพลาสติกขนาดเล็ก สร้างได้ที่บ้าน แถมมีแบบแปลนดาวน์โหลดฟรี!!!
จับจังหวะธุรกิจอาหารบุกตลาดสายช้อปออนไลน์
SO Sofitel ดึงแว่น AR เจาะตลาดโรงแรมหรู
หัวเว่ย เปิดศูนย์หัวเว่ย โอเพ่นแล็ป แบงค์กอก (Huawei OpenLab Bangkok) ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรู...
ก.เกษตรฯ จับมืออาลีบาบาขายข้าวหอมมะลิออนไลน์
ปูนซีเมนต์นครหลวง ทุ่มงบกว่า 172 ล้านบาท พร้อมก้าวสู่ยุค Industry 4.0 เปิดตัว “โรงงานดิจิทัลอัจฉริยะ...
Top
ปิดโหมดสีเทา