ฟูจิตสึเผย “วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและบริการ” ปี 2560 มุ่งเน้นแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์คุณประโยชน์ร่วมกัน

ฟูจิตสึประกาศวิสัยทัศน์ล่าสุดทางด้านเทคโนโลยีและบริการ (Fujitsu Technology and Service Vision) สำหรับปี 2560 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นทั่วโลกเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีผู้บริหารและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ 1,614 คนจากหลากหลายบริษัทร่วมตอบแบบสอบถามในครั้งนี้  การสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ให้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการปรับปรุงธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation)  ฟูจิตสึได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวในการกำหนดวิสัยทัศน์สำหรับปีนี้ โดยนำเสนอแนวทางที่แปลกใหม่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Co-creation) ซึ่งฟูจิตสีเชื่อว่าจะกลายเป็นแนวทางมาตรฐานสำหรับการดำเนินธุรกิจในสังคมดิจิทัลแห่งอนาคต  นอกจากนี้ ฟูจิตสียังได้นำเสนอขั้นตอนในทางปฏิบัติที่ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีควรจะดำเนินการเพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Picture

ปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจ สังคม และวิถีชีวิตของเราทุกคน  บริษัทและองค์กรหลายแห่งได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับปรุงส่วนงานต่างๆ เช่น การตลาด รูปแบบการทำงาน การดำเนินงาน และการบำรุงรักษา  ยิ่งไปกว่านั้น โครงการปรับปรุงดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางด้านธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เช่น รายได้เพิ่มขึ้น สัมพันธภาพกับลูกค้าดีขึ้นกว่าเดิม  Digital Co-creation เป็นแนวทางที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างสรรค์คุณประโยชน์ใหม่ๆ ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อสร้างอนาคตที่แตกต่างจากเดิม

ฟูจิตสึได้เผยแพร่วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและบริการเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 เป็นต้นมา โดยแนวคิดหลักในวิสัยทัศน์ของฟูจิตสึก็คือ การเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างคุณประโยชน์ที่สำคัญสำหรับธุรกิจและสังคม  ฟูจิตสึเรียกแนวคิดนี้ว่า Human Centric Innovation ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน Digital Transformation

 4 ประเด็นหลักในวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและบริการของฟูจิตสึสำหรับปี 2560 ประกอบด้วย

 1) บุคลากรในยุคดิจิทัล: Digital Business Workforce ผสานรวมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์

เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และหุ่นยนต์อัตโนมัติจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้บุคลากรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการทำงานหลายๆ อย่างโดยอัตโนมัติ  นอกจากนี้ ระบบอัจฉริยะจะใช้ AI เพื่อเรียนรู้จากข้อมูล และกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกและช่วยให้บุคลากรทำการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  ทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่บุคลากรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายใหม่ๆ ในระดับที่สูงกว่า และด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องผ่านการประสานงานร่วมกันของบุคลากรและ AI ก็จะก่อให้เกิดบุคลากรในธุรกิจดิจิทัล (Digital Business Workforce) ในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาต่อยอดและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต  ในยุคดิจิทัล แนวทางที่มุ่งเน้นบุคคลจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าในเทคโนโลยี AI มนุษย์จะต้องมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

2) การสร้างธุรกิจดิจิทัลร่วมกัน: สร้างสรรค์คุณประโยชน์ในโลกดิจิทัล

ทุกวันนี้ บริษัทต่างๆ ปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับกระบวนการต่างๆ ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น งานขายและการตลาด การวิจัยและพัฒนา การผลิตและโลจิสติกส์ เพื่อดำเนินการปฏิรูปองค์กร โดย แรงขับเคลื่อนหลัก 3  ด้านของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้:

  • ระบบอัจฉริยะ (Intelligence): ใช้ AI เพื่อเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลและกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก
  • การเชื่อมต่อ (Connectivity): ปรับปรุงธุรกิจด้วยการเชื่อมต่อการดำเนินงานภายในองค์กร และเชื่อมต่อกับคู่ค้าในระบบนิเวศน์
  • การมุ่งเน้นลูกค้า (Customer-orientation): สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละราย

แรงขับเคลื่อนดิจิทัล 3 ด้านนี้จะช่วยปรับปรุงอุตสาหกรรมที่หลากหลายเพื่อก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันในโลกดิจิทัล (Digital Arena) ที่ซึ่งผู้จัดหาสินค้าและบริการ พันธมิตร และผู้ใช้จะร่วมกันสร้างสรรค์คุณประโยชน์และประสบการณ์  ใน Digital Arena การสร้างสรรค์นวัตกรรมจะต้องอาศัยการประสานงานร่วมกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

3) สังคมดิจิทัล: ปรับเป้าหมายของธุรกิจและสังคมให้สอดคล้องกัน

เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาท้าทายทั่วโลก  เพื่อพัฒนาโลกของเราให้เจริญก้าวหน้า ปลอดภัย และยั่งยืน  แรงขับเคลื่อน 3 ด้านของเทคโนโลยีดิจิทัล (ระบบอัจฉริยะ การเชื่อมต่อ และการมุ่งเน้นลูกค้า) จะรองรับการสร้างสังคมใหม่ที่มีการเชื่อมต่อบนระบบเครือข่าย และ Digital Area ก็จะถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ฟูจิตสึเรียกสังคมรูปแบบใหม่นี้ว่า Human Centric Intelligent Society  ด้วยการสร้างคุณค่าใหม่ๆ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างประชาชน บริษัท และหน่วยงานภาครัฐ ฟูจิตสึเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาท้าทายได้อย่างแน่นอน

4) บริการ Connected Services: รองรับการสร้างสรรค์ร่วมกันตามแนวทาง Digital Transformation

เพื่อให้องค์กรธุรกิจและสังคมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับปรุงสิ่งต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลแบบใหม่สำหรับการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ทุกประเภท และเรียนรู้จากข้อมูลที่เก็บรวบรวมเพื่อกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนตัดสินใจได้ดีขึ้นและบรรลุผลลัพธ์ที่ดีกว่า  นั่นคือเหตุผลที่ฟูจิตสึมุ่งเน้น 4 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ AI, Internet of Things (IoT), คลาวด์ (Cloud) และระบบรักษาความปลอดภัย (Security)  ฟูจิตสึจะผสานรวม 4 เทคโนโลยีดังกล่าว รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอื่นๆ เพื่อนำเสนอบริการ Connected Services

โดยฟูจิตสึจะจัดหาบริการ Connected Services บนแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิทัล MetaArc ของบริษัทฯ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง และปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกด้วยการใช้ประโยชน์จากความรู้ที่ได้รับเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล บวกกับประสบการณ์ในการสร้างและควบคุมระบบต่างๆ ของลูกค้าในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ฟูจิตสึตั้งเป้าที่จะเป็นพันธมิตรธุรกิจที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างสรรค์คุณประโยชน์ร่วมกันตามแนวทาง Digital Transformation

Related posts:

นิตยสาร Eworld เปิดตัวแอพบนมือถือ Eworld Mobi
LINE ประเทศไทย ได้ฤกษ์แต่งตั้งผู้จัดการประจำประเทศไทยคนแรก
เมโทรซิสเต็มส์ฯ จัดกิจกรรม “MSC สานฝัน ปันรอยยิ้ม” เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปี 2559
หัวเว่ย จับมือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แสดงศักยภาพโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
โซลูชั่น IoT เพื่อการเกษตรยุคอนาคตจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้
อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม เตรียมทุ่ม 50 ล้านบาท สร้าง ICO Portal เพื่อเชื่อมโยงผู้สนใจระดมทุน ICO

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา