สมาคมฟินเทคเดินเกมรุก จับมือทีซีซีเทค – ลีพโซลูชั่น สร้างสนามทดสอบนวัตกรรมการเงิน “F13 Batch 1” สนามแรกของไทย หนุนฟินเทคสตาร์ทอัพไทย

นายเจษฎา สุขทิศ นายกสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการจัดตั้งโครงการ F13 Batch 1 Fintech Sandbox หรือสนามทดสอบนวัตกรรมการเงิน ระหว่างสมาคมฟินเทคประเทศไทยกับบริษัท  ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานไอทีชั้นนำของประเทศไทย และบริษัทลีพ โซลูชั่น เอเชีย จำกัด (Leap Solutions Asia) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความสามารถให้กับบุคลากรด้านฟินเทค พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกที่สำคัญ อาทิ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) และเอพีไอ (Application Programming Interface) สำหรับการเชื่อมการทำงานบนเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนการทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับหน่วยผู้กำกับดูแลหลักเกณฑ์ (Regulator) ในประเทศ ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ทางด้านการเงินที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อกำหนดของ Regulator เนื่องจากอุตสาหกรรมการเงินมีความละเอียดอ่อนต้องตระหนักถึงบริการที่มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ตลอดจนการรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า ผ่าน Fintech Sandbox หรือสนามทดสอบเทคโนโลยีด้านการเงิน

shutterstock_735743386 นายเจษฎา สุขทิศ นายกสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย หรือ F13 เผยถึงเป้าหมายสำคัญในการจัดตั้งโครงการ F13 Batch 1 Fintech Sandbox ว่าสมาคมฟินเทคประเทศไทยมีหน้าที่ผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการเงินในประเทศไทย และมีหน้าที่บ่มเพาะ Fintech Startups ให้มีผลงานที่สามารถแข่งขันได้ในระดับประเทศ และสามารถต่อยอดไปได้ถึงระดับสากล “โมเดลของศูนย์ F13 จะใกล้เคียงกับที่สิงคโปร์และมาเลเซียซึ่งมีทุนสนับสนุนโดยรัฐบาลหรือกระทรวงการคลัง โดยเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารงาน ในส่วนของประเทศไทยจะเป็นไปตามทิศทางดังกล่าวเช่นกัน และถึงแม้เป็นช่วงเริ่มต้นแต่เราก็ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากภาคเอกชนอย่าง ทีซีซี เทคโนโลยี และลีพโซลูชั่นส์ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการจะพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเทคต่อไปในอนาคต

คุณวลีพร สายะสิตคุณเจษฎา สุขทิศคุณวดิษฐ์ วิญญรัตน์และคุณนัจรี รุจิรัตน์

ด้านนายวรดิษฐ์ วิญญรัตน์ กรรมการบริหารและรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท  ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) เปิดเผยว่าปัจจุบันทั่วโลกต่างจับตามองกระแสฟินเทค เทคโนโลยีที่จะเข้ามาปฎิวัติอุตสาหกรรมการเงิน ด้วยเหตุที่ว่าฟินเทคเกี่ยวโยงกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้เล่นหลักอย่างสถาบันการเงินต่างๆ น้องใหม่ที่พร้อมแซงทางโค้งอย่างฟินเทคสตาร์ทอัพ รวมถึงผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และผู้บริโภคซึ่งคาดหวังผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น แม้หลายคนลงความเห็นว่าฟินเทคจะทำให้สภาพแวดล้อมของระบบสถาบันการเงินไทยแตกต่างไปจากเดิม แต่ทว่าฟินเทคอาจเป็นแค่คอนเซ็ปต์หากขาดแรงขับเคลื่อนอย่าง Fintech Sandbox และ เทคโนโลยี Cloud ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนถ่ายยุคสู่ยุคต่อไปของเทคโนโลยี

“การแข่งขันในวันนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎของขนาดอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับไอเดียและความสามารถในการเข้าใจและเข้าถึงเทรนเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้รวดเร็วกว่าคู่แข่ง ส่วนตัวผมเชื่อว่าดาต้าเซ็นเตอร์ผสานคลาวด์คือรากฐานที่สำคัญในการเชื่อมโยงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน และด้วยความยืดหยุ่นสูงจึงตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้เล่นในทุกระดับได้ดีอย่างเท่าเทียม ซึ่งในสนามทดสอบ F13 Batch 1 นี้ ทางเราได้สนับสนุนคลาวด์แพลทฟอร์ม “ลีพจีโอพับลิค” ให้ฟินเทคสตาร์ทอัพทั้ง 13 ทีมได้ทำการทดสอบโซลูชันของตนเองได้ตามวัตถุประสงค์”

ทั้งนี้ บริษัทลีพ โซลูชั่น เอเชีย จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการให้บริการคลาวด์เต็มรูปแบบ ด้วยเสถียรภาพของระบบคลาวด์ที่ทำงานอยู่บนศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับพรีเมี่ยมของบริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) และเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักด้านเทคโนโลยีคลาวด์กับโครงการ F13 Batch 1 Fintech Sandbox โดยนางสาวนัจรี รุจิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีพ โซลูชั่น เอเชีย จำกัด กล่าวเสริม “เนื่องด้วยหนึ่งในวัตถุประสงค์ของ F13 Fintech Sandbox คือการเปิดโอกาสให้ฟินเทคสตาร์ทอัพนำแอปพลิเคชันที่ยังไม่ได้ถูกเผยแพร่มาทำการทดสอบเพื่อหาข้อจำกัดและโอกาสภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่อาจคาดเดา ทั้งด้านเวิร์คโหลดและการปรับแก้ซอฟต์แวร์ ทำให้คลาวด์คือเทคโนโลยีที่จำเป็นในการสานต่อไอเดียของฟินเทคสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นจริง เพราะนอกเหนือจากคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น (flexibility) ที่สตาร์ทอัพมีอิสระในการบริหารจัดการแพ็กเกจที่เราจัดเตรียมไว้ให้ได้ตามความต้องการของแต่ละทีม ยังมีเรื่องของความสามารถในการเพิ่มขนาดตามแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ (Scalability) โดยเฉพาะในสนามทดสอบ F13 หากสตาร์ทอัพต้องการปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่ตนเองคิดค้น สามารถดาวน์โหลดลงมาทำการแก้ไขหรืออัพเดทได้ทันที รวมถึงรองรับโหลดของผู้ใช้บริการจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

Related posts:

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ใช้ “IBM Watson” เพื่อพัฒนาการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง
เปลี่ยน Toyota LandCruiser กลายเป็น Hotspot สื่อสารในถิ่นทุรกันดารในออสเตรเลีย
แสนสุขสมาร์ทซิตี้ คว้ารางวัล 2016 Smart City Asia Pacific Awards
"Thim" แหวน IoT ช่วยฝึกการนอนอย่างมีคุณภาพ
Chatbot ตัวช่วยอัจริยะ สำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล
WPI Group จัดแสดงเทคโนโลยี IoT สุดล้ำร่วมด้วยผู้ผลิตชิปรายใหญ่ระดับโลก พร้อมวางเป้าหมายพาองค์กรสู่อ...
Top
ปิดโหมดสีเทา