ไทยติดโผอันดับ 4 กลุ่มประเทศ APAC ถูกใช้เป็นฐานโจมตี DDoS

เอสน็อค ผู้ให้บริการ Web Application Firewall และ ป้องกัน DDoS ผ่านคลาวด์รายแรกในไทย เผยปี 2561 ไทยตกเป็นฐานโจมตีดีดอสอันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก (APAC) เดินหน้าจับมือพันธมิตรธุรกิจ เน็กซัสการ์ด ผู้ให้บริการระบบป้องกัน DDoS ผ่านคลาวด์รายใหญ่ของโลก พัฒนาบริการเว็บแอปพลิเคชันไฟร์วอลล์ (WAF) พร้อมรับมือการโจมตีของดีดอส (DDoS) ด้วยแบนด์วิดท์กว่า 3 เทอราบิต หนุนเสริมด้วยศูนย์บริการโซลูชันคัดกรองและแก้ไขปัญหา (Global Scrubbing Center) รวม 16 แห่งทั่วโลก หวังตอบโจทย์องค์กรออนไลน์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันบนมือถือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและเกมส์ออนไลน์ มั่นใจปี 2562 บริษัทยังโตต่อเนื่อง 100%

shutterstock_1116751499

จากรายงานภัยคุกคามความปลอดภัยด้วยดีดอส (Distributed Denial of Services –DDoS) โดย เน็กซัสการ์ด ได้เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดในไตรมาสที่ 4 ของปี 2561  ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถูกใช้เป็นฐานโจมตีด้วยดีดอสถึง 3.63% โดยประเทศจีนเป็นฐานโจมตีอันดับ 1 ที่ 61.16 % ตามมาด้วยเวียดนาม 9.52% และอินเดีย 7.33% รั้งอันดับที่  2 และ 3  ตามลำดับ โดยตัวเลขการโจมตีต่อหนึ่งไอพี พรีฟิกซ์ (IP Prefix) ในปีที่ผ่านมาสูงถึง 176 กิกะบิตต่อวินาที  (Gbps)  และทำให้ระบบล่มได้นานถึง 18 วัน, 21ชั่วโมง, 59 นาที

นายวิศรุต มานูญพล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ซีเคียว เน็ตเวิร์ค โอเปอเรชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ เอสน็อคเปิดเผยเพิ่มเติมถึงผลกระทบของดีดอสในประเทศไทย ว่า ปี 2561 เป็นปีที่พบขนาดการโจมตีด้วยดีดอสที่มีแบนด์วิดท์สูงถึง 14 กิกะบิตต่อวินาที และส่งผลทำให้ระบบล่มได้ยาวนานถึง 4 ชั่วโมง  โดยส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีผ่านระบบของผู้ให้บริการการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต คลาวด์ หรือ ไอเอสพี เพื่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมต่อเนื่องไปถึงระบบของลูกค้าที่มาเช่าใช้บริการเพื่อประกอบธุรกรรมการค้า หรือให้บริการแอปพลิเคชันในรูปแบบออนไลน์ต่าง ๆ ส่งผลให้ระบบล่ม ไม่สามารถเข้าถึงหรือติดต่อเว็บไซต์ที่ต้องการได้ เกิดการตอบกลับที่ล่าช้าหรือไม่สามารถให้บริการลูกค้าเป้าหมายได้ตามที่ร้องขอ ทำให้พลาดโอกาสในการทำธุรกิจ เสียหายต่อชื่อเสียงของแบรนด์และบริษัท หรือกระทั่งสูญเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งไปในที่สุด

“เราพบว่า 70% ของบริษัทในประเทศไทยติดตั้งการใช้งานแบนด์วิดท์อยู่ที่ราว ๆ  100 เมกะบิต หรือ 1 กิกะบิต เป็นส่วนใหญ่ มีเพียง 10% เท่านั้น ที่สามารถลงทุนในระดับ 10 กิกะบิตได้ ทั้งนี้ เพราะค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแบนด์วิดท์ขนาดใหญ่มีราคาสูง ประกอบกับการใช้งานไอโอทีที่เติบโอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้เกิดการโจมตีด้วยแบนด์วิดท์ที่ใหญ่กว่า จากอุปกรณ์ทุกรูปแบบ และทุกทิศทาง“

ด้วยเหตุนี้ เอสน็อค จึงได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เน็กซัสการ์ด ในการพัฒนาระบบบริการเว็บแอปพลิเคชันไฟร์วอลล์ และระบบป้องกันการโจมตีของดีดอสในรูปแบบ Security as a Service เป็นรายแรกในประเทศไทย เพื่อปลดล็อคปัญหาเรื่องของงบประมาณ โดยสามารถช่วยลูกค้าในการประหยัดงบลงทุนได้กว่า 6 เท่า แต่ยังคงได้รับบริการที่ครอบคลุมความต้องการได้ครบถ้วน ตลอด 24×7 วัน ได้แก่ การจัด บริการเว็บแอปพลิเคชันไฟร์วอลล์ (Web Application Firewall –WAF) ร่วมกับระบบป้องกันการโจมตีแอปพลิเคชันโดยเฉพาะ การให้บริการแบบโอพี (Original Protection) ที่เน้นป้องกันการโจมตีของดีดอสแบบ Volumetric ในลักษณะการรุมถล่มเน็ตเวิร์คด้วยทราฟฟิคปลอมพร้อมกันในปริมาณมาก ๆ  ร่วมด้วยการทำโหลด บาลานซิ่ง (Load Balancing) ในการกระจายปริมาณงานของเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของระบบจากปัญหาความหนาแน่นในแบนด์วิดท์ และ บริการป้องกันการโจมตีดีเอ็นเอส  (DNS) ซึ่งมุ่งป้องกันที่ตัวโดเมนเนมของเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นหลัก ให้มีความปลอดภัย สามารถเข้าถึงและใช้งานได้เมื่อร้องขอ

นอกจากนี้ ยังเสริมด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการตรวจจับ คัดกรอง และป้องกันการโจมตีระบบโดยดีดอส (Global Scrubbing Center) ในประเทศไทย  ด้วยแบนด์วิดท์ขนาด 700 กิกะบิต ซึ่งเมื่อรวมกับศูนย์บริการของเน็กซัสการ์ดอีก 15 แห่ง ทั่วโลก จะทำให้ลูกค้าของบริษัทมีแบนด์วิดท์ไว้รองรับการโจมตีของดีดอสราว 3 เทอราบิต การพัฒนาทีมงานสนับสนุนที่สามารถรองรับการทำงานได้ทั้งเว็บไซต์ภาษาไทยและเทศ ซึ่งพร้อมให้คำปรึกษาลูกค้าแบบเรียลไทม์ รวมถึงสามารถตั้งวอร์รูมแบบเวอร์ช่วลที่พร้อมแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ทันทีที่เกิดวิกฤติฉุกเฉิน ตลอดจนการทำงานร่วมกับเน็กซัสการ์ดในการจัดกิจกรรมสัมมนาความรู้เรื่องภัยของดีดอส การทำแผนการจัดอบรมและเวิร์คช็อปเกี่ยวกับดีดอสให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบความปลอดภัยด้านไอทีขององค์กร และผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้ตระหนักถึงภัยเงียบของดีดอสที่สามารถบ่อนทำลายศักยภาพการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์แบบไม่ทันตั้งตัว

“ที่ผ่านมา เราได้ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต และคลาวด์ หรือ ไอเอสพี อาทิ กสท. อินเทอร์เน็ตประเทศไทย ในฐานะผู้ดูแลระบบบริการโครงสร้างพื้นฐานของไอเอสพีให้ปลอดจากการโจมตีด้วยดีดอส แต่ในปีนี้ เราจะยกระดับการทำงานกับไอเอสพีไปสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในฐานะตัวแทนขาย (Reseller) บริการความปลอดภัยของบริษัท โดยจะมีการร่วมลงทุนติดตั้งระบบไว้ที่ศูนย์บริการของ   ไอเอสพี เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการใช้บริการตามความสะดวกและด้วยค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้ โดยลูกค้าสามารถเลือกขอใช้บริการแบบต่อตรงถึงคลาวด์ของเน็กซัสการ์ดและเอสน็อค หรือจะใช้งานผ่านคลาวด์ของไอเอสพีในประเทศโดยยังคงมีศูนย์ของเน็กซัสการ์ดจากทั่วโลกเป็นแบ็คอัพ ซึ่งจะทำให้ระบบบริการโดยไอเอสพีในระดับท้องถิ่นมีความเสถียร มีประสิทธิภาพสูงในการรับมือดีดอสที่มีแบนด์วิดท์ใหญ่ ๆ ได้มากขึ้น”

นายวิศรุต กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบัน บริษัทได้ให้บริการระบบความปลอดภัยดังกล่าวกับลูกค้าในกลุ่มธนาคารชั้นนำ 5 ใน 10 แห่ง  บริษัทเกมส์ออนไลน์ยักษ์ใหญ่ 2 ใน 3 ราย  และเว็บออนไลน์ไทยมากกว่า 150 แห่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นในกลุ่มสถาบันผู้ให้บริการด้านการเงิน ดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้ทำธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ เกมออนไลน์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันบนมือถือ เอพีไอต่าง ๆ  โดยตั้งเป้าการเติบโตด้านรายได้ในปีนี้ที่ 40 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตที่สูงจากปีที่แล้ว 100%

Related posts:

อัพเดตข่าวคราวของเซ็นเซอร์ Leap Motion
กสทช. CAT และ CABSAT สร้างโอกาสเคเบิลท้องถิ่นเปิดทางรอดสู่ยุคดิจิทัล
พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังคว้าแชมป์ อัจฉริยะนักแกะรอยภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ ปีที่ 3
ทรัมป์ ลงนามคำสั่งปธน. สกัดดีล บรอดคอม เสนอซื้อกิจการ ควอลคอมม์
NTT ฉลองครบรอบ 60 ปี ประกาศความร่วมมือสานต่อโครงการสนับสนุนการศึกษาต่อเนื่อง
CAT เปิดตัว “iget Mart” ตลาดออนไลน์ดิจิทัล 4.0
Top
ปิดโหมดสีเทา