เครื่องมือรักษาความปลอดภัยสำหรับโฮมและออฟฟิศขนาดเล็ก

ปัจจุบัน มีเครื่องมือช่วยในการรักษาความปลอดภัยให้กับระบบมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งโดยมากต่างอ้างว่าสามารถปกป้องระบบได้จากเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัยต่าง ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี สำหรับใครที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ เว็บไซต์ www.cio.co.uk ได้มีคำแนะนำในการเลือกเครื่องมือมาให้แล้ว โดยเครื่องมือที่เราเลือกมานั้น น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานจากที่บ้านหรือออฟฟิศขนาดเล็กที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานได้ดีและมีราคาไม่สูงมากนัก

pexels-photo-207580

  1. เครื่องมือป้องกัน Ransomware

จากเหตุการณ์ที่ NHS ของอังกฤษถูกไวรัสเรียกค่าไถ่โจมตี และทำให้ไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยได้ ทำให้เครื่องมือป้องกันการถูก Ransomware โจมตีกลายเป็นสิ่งจำเป็นขึ้นมาทันที โดยบริษัทซีเคียวริตี้ที่มีเครื่องมือป้องกัน Ransomware นั้นมีตั้งแต่ค่าย AVG, Kaspersky และ Bitdefender สำหรับการเลือกซื้อนั้น แนะนำว่าให้ดูตัวที่มีเครื่องมือถอดรหัสมาด้วยก็ดี

  1. ไฟร์วอลล์ (Firewall) 

ไฟร์วอลล์เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการทำ Home Office โดยสามารถปกป้องยูสเซอร์ได้จากการโจมตีของแฮกเกอร์ ไวรัส มัลแวร์ ฯลฯ หนึ่งในไฟร์วอลล์ที่น่าสนใจก็คือ Windows Firewall เพราะเป็นไฟร์วอลล์ฟรีที่มากับวินโดวส์ แต่ถ้าอยากจ่ายเงินก็มี ZoneAlarm ที่เป็นระบบโปรขึ้นมาหน่อย โดยมาพร้อม Two-way Firewall ที่สามารถปกป้องคอมพิวเตอร์ได้ถึง 3 เครื่อง มีการแบ็กอัปข้อมูลออนไลน์ให้  ฯลฯ

  1. Anti-Keyloggers 

มัลแวร์ประเภท Keyloggers เป็นมัลแวร์ประเภทที่จะไปรออยู่ตรงคีย์สโตรกเพื่อรอว่าเมื่อไรก็ตามที่มันจับได้ว่าเป็นการคีย์พาสเวิร์ด มันก็จะเก็บข้อมูลและส่งกลับไปให้แฮกเกอร์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยโปรแกรม Anti-Keyloggers ที่น่าสนใจได้แก่ SpyShelter (ฟรี) กับ Zamana AntiLogger (จ่ายเงิน) ความน่าสนใจของ SpyShelter คือมันจะปกป้องข้อมูลสำคัญที่พบอยู่ในวินโดวส์คลิปบอร์ด และปกป้องเมมโมรีให้ ส่วน Zemana AntiLogger นั้นจะช่วยสแกนไฟล์และระบบโดยรวมให้ และยังรวมถึงการมอนิเตอร์การติดตั้งอะไรก็ตามลงใน Rootkit และภัยคุกคามจากระยะไกล

  1. VPN (Virtual Private Network) 

เพื่อให้การส่งผ่านข้อมูลในระบบเครือข่ายเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น การใช้ VPN ก็เป็นเครื่องมือที่จำเป็น เพราะมันจะเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัย โดย CyberGhost เป็น VPN ฟรีที่น่าสนใจตัวหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นโดยมีเซิร์ฟเวอร์ 197 แห่งทั่วโลก ส่วน PureVPN นั้นเป็น VPN เวอร์ชันจ่ายเงินที่มีเซิร์ฟเวอร์รองรับทั่วโลกกว่า 500 แห่ง

  1. ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสต่างๆ

ซอฟต์แวร์แอนติไวรัสเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับปกป้องบ้านจากมัลแวร์ต่าง ๆ และยังสามารถตรวจจับ และลบไวรัส หรือภัยคุกคามอื่น ๆ ที่มันพบได้ด้วย โปรแกรมแอนติไวรัสของฟรีที่น่าสนใจเช่น TotalAV ที่สามารถสแกนไวรัสได้ ปกป้องไวรัสจากอีเมลได้ และมีการทำรายงานส่งมาให้ที่บ้านด้วย แต่ถ้าอยากเสียเงินก็มีเวอร์ชันที่แอดวานซ์นมากกว่านั้น เช่น Norton ที่สามารถทำการแบ็กอัปข้อมูลเอาไว้บนคลาวด์ให้ด้วย ซึ่งอันนี้น่าจะปลอดภัยแน่นอน

  1. Intrusion detection systems (IDS) 

IDS ช่วยบล็อก มอนิเตอร์กิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสงสัย และส่งรายงานเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบ หากสนใจลองใช้มี Suricata เป็น IDS เวอร์ชันฟรี ส่วน AlienVault เป็น IDS แบบเสียเงิน แต่สามารถสแกน และมอนิเตอร์กิจกรรมที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ได้ รวมถึงแจ้งเตือนหากเกิดเหตุการณ์ไม่สบายใจได้ด้วย โดยรองรับทั้ง AWS และ Azure cloud Management

  1. เครื่องมือ Monitoring Network 

เครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยยูสเซอร์มอนิเตอร์ระบบได้จากระยะไกล รวมถึงสามารถรีพอร์ตอุปกรณ์ที่เสียหายได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถปรับโครงสร้างของระบบไอทีให้ดียิ่งขึ้น และช่วยเตือนยูสเซอร์ในการใช้งานด้านต่าง ๆ โดยเครื่องมือที่น่าสนใจได้แก่ Paessler (ฟรี) โดยตัวนี้มีทั้งบริการคลาวด์ให้ มีเครื่องมือช่วย Track คอมพิวเตอร์ที่บ้านได้ แถมยังทำออกมาเป็นภาพกราฟิกได้ด้วย ส่วน MMSoft Pulseway เป็น Network Monitoring ที่เวอร์ชันจ่ายเงินมาพร้อมจอแดชบอร์ด มีการเตือนด้วย Notification มีภาพรวมของระบบให้ดู รวมถึงมีคู่มือการใช้งานให้ด้วย

  1. Device Management 

สำหรับบ้านที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อหลายชิ้น อาจต้องมีเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน ซึ่งเครื่องมือเวอร์ชันฟรีที่น่าสนใจได้แก่ Miradore ที่สามารถรองรับอุปกรณ์ได้ไม่จำกัด สามารถตั้งค่า กำหนดระดับของซีเคียวริตี้ และการควบคุมอุปกรณ์ได้ แต่ถ้าอยากจ่ายเงินก็มี Spiceworks ที่สามารถควบคุมการเข้าถึงอีเมล ตรวจสอบการทำงานได้โดยอัตโนมัติ และยังสามารถล็อกอุปกรณ์ของผู้ใช้ที่ถูกขโมยไปเพื่อป้องกันข้อมูลในเครื่องได้อีกด้วย

  1. Remote Access

โดย Remote Access เป็นเครื่องมือการควบคุมระยะไกลที่ช่วยให้มั่นใจว่าเจ้าของบ้านสามารถควบคุมอุปกรณ์ในบ้านได้ โดยเวอร์ชันฟรีที่น่าสนใจได้แก่ TeamViewer เพราะสามารถให้บริการผ่านวิดีโอคอลล์ได้หากผู้ใช้งานประสบปัญหา อีกทั้งยังสามารถสั่งพรินท์ไฟล์จากระยะไกล หรือเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ด้วย

  1. ซอฟต์แวร์เข้ารหัส (Encryption Tools)

ซอฟต์แวร์เข้ารหัสเป็นเครื่องมือที่ช่วยเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ใครก็ตามที่ไม่รู้รหัสมาเข้าถึงไฟล์นั้น ๆ ได้ ซึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจได้แก่ Cryptainer LE โดยโปรแกรมตัวนี้มี Removable Drives ที่สามารถลากไฟล์ความลับเข้าไปเก็บไว้ได้ กับ AxCrypt ที่ในเวอร์ชันจ่ายเงิน สามารถเลือกได้ว่าจะเข้ารหัสแบบ 128 บิตหรือ 256 บิต โดย AxCrypt เป็นเครื่องมือช่วยที่ดีในการแชร์ไฟล์บน Google Drive และ Dropbox

  1. Disk Wiping 

เครื่องมือตัวสุดท้าย Disk Wiping เป็นเครื่องมือช่วยในการกู้คืนข้อมูล โดยมี DBAN ซอฟต์แวร์ฟรีที่สามารถลบคอนเทนต์ในทุก ๆ ฮาร์ดไดรฟ์ที่มันรู้จัก กับ Blancco 4 ที่เป็นเวอร์ชันเสียเงิน ซึ่ง Blancco อ้างว่าสามารถช่วยเพิ่มสปีดให้คอมพิวเตอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้ดีขึ้นด้วย

ที่มา http://www.cio.co.uk/it-security/best-security-tools-for-your-home-office-3651509/

Related posts:

CAT MAGAZINE VOL : 14 NO. 43 JANUARY-MARCH 2016
แอพ US OPEN ใช้เทคโนโลยีค็อกนิทิฟ “วัตสัน” สร้างประสบการณ์สุดล้ำให้แฟนเทนนิสถึงขอบสนามยูเอสโอเพ่น
เมื่อคอมพิวเตอร์ภาคอุตสาหกรรมเกือบครึ่งตกอยู่ภายใต้การคุกคามทางไซเบอร์
RICOH เปิดตัวเครื่องพิมพ์ลาเท็กซ์ขนาดใหญ่ความละเอียดสูงรุ่น RICOH Pro L5160
NIA สร้างทักษะนวัตกรรมให้ครูไทยในงาน “EDUCA 2019” จัดเวิร์คชอป “STEAM4INNOVATOR”
เทรนด์ไมโครได้เผยแพร่รายงานการคาดการณ์ประจำปี 2020

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา